issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง l บทความ

article

นิทานแนวคริสต์ : เรื่อง “การท่องเที่ยวพิเศษ”
อักแนส


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในตอนบ่าย ๆ หญิงคนหนึ่งให้กำเนิดลูกเป็นเด็กฝาแฝด ลูกคนแรกเป็นชายเกิดก่อนน้อง 3 นาที ส่วนน้องก็เป็นชายเช่นกันต่างกันเพียงผู้เป็นน้องมีไฝบนหน้าผาก พ่อของเด็กฝาแฝดก็ดีใจมากก็กระโดดร้องเพลง ส่วนผู้เป็นแม่ก็ยิ้มทั้ง ๆ น้ำตาคลอในดวงตาทั้งสองข้าง ด้วยความรักและชื่นชมในลูก ๆ ผู้เป็นพ่อนำเปลือกหอยเล็ก ๆ ซึ่งดูสวยงามมาแล้วผูกเชือกใส่เปลือกหอยไว้กลางเชือก เพื่อสวมคอให้ลูก ๆ ทั้งสอง โดยมิได้สงสัยเลยว่าเปลือกหอยนั้นมาจากไหน ซึ่งเปลือกหอยนั้นจริง ๆ แล้วเป็นเปลือกหอยวิเศษของนางฟ้า ซึ่งนางฟ้าทำหล่นแล้วพ่อของเด็กฝาแฝดก็เก็บได้ ณ แถวชายหาด ในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังชื่นชมดีใจกับเด็กแฝดทั้งสองนั้น บนฟากฟ้าก็ปรากฎว่ามีเหยี่ยวบินลงมาโฉบเด็กฝาแฝด เหยี่ยวโฉบเด็กฝาแฝดบินขึ้นฟ้า เด็กฝาแฝดทั้งสองคนเป็นผู้มีบุญมาเกิด เมื่อถูกเหยี่ยวโฉบจึงไม่เป็นอะไร

กล่าวถึงนางฟ้าผู้เป็นเจ้าของเปลือกหอยวิเศษที่เด็ก ๆ สวมคอนั้น ก็พอดีกำลังจะสวมปีกเพื่อจะบินตามหาเปลือกหอยวิเศษ แล้วทันใดนั้นนางฟ้าก็มองเห็นเหยี่ยวและเด็กทั้งสองคนซึ่งเหยี่ยวโฉบ นางฟ้าจึงรีบบินใกล้ ๆ เหยี่ยวเพื่อจะช่วยเด็ก ๆ ทำให้นางฟ้าได้พบกับเปลือกหอยวิเศษของนางฟ้าด้วย แล้วนางฟ้าก็เนรมิตให้เด็กทั้งสองคนลอยมาเพื่ออุ้มเด็ก ๆ บินหนีเหยี่ยวด้วยความรวดเร็ว แล้วทุกคนก็พ้นภัย นางฟ้าพาเด็ก ๆ มาอยู่กับวัววิเศษเพื่อนรัก ณ ถ้ำอันอบอุ่น นางฟ้าขอความกรุณาวัววิเศษให้เลี่ยงดูเด็กฝาแฝด แล้วนางฟ้าก็ขอให้เปลือกหอยวิเศษคอยพูดเพื่อช่วยให้เด็ก ๆ พ้นภัย นางฟ้าหอมแก้มเด็ก ๆ แล้วก็โบยบินกลับที่อยู่ วัววิเศษก็เลี้ยงดูเด็กฝาแฝดสองพี่น้องด้วยความรัก วัววิเศษเคยถามนางฟ้าเพื่อนรักว่า เมื่อไหร่จะพาเด็ก ๆ ส่งคืนให้พ่อแม่ของเด็ก ๆ นางฟ้าก็บอกว่าคงจะนานมากกว่าจะคืนเด็ก ๆ ให้พ่อแม่ของเด็ก ๆ ได้ เพราะนางฟ้าเกรงว่าเหยี่ยวซึ่งจริง ๆ คือยักษ์แปลงร่างนั้น จะกลับมาโฉบเด็ก ๆ วัววิเศษนอกจากจะพูดคุยเหมือนคนเราได้ ก็ยังร้องเพลงไพเราะได้ และยังแปลงร่างเป็นหญิงเพื่อเลี้ยงดูเด็ก ๆ ซึ่งวัววิเศษนี้เดินทางมาจากดาววิเศษ (ดาววิเศษ คือ สวรรค์) เพื่อมาท่องเที่ยวโลกมนุษย์ ฤดูกาลเดินทาง ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาวเปรียบดังสาวพี่น้องเต้นระบำ แล้วพี่น้องฝาแฝดก็เจริญวัยขึ้นเป็นหนุ่ม สองพี่น้องฝาแฝดคิดถึงพ่อแม่ที่แท้จริง สองพี่น้องคิดว่าพ่อแม่ที่แท้จริงจะมีความเป็นอยู่อย่างไร (ซึ่งวัววิเศษก็เคยเล่าให้ถึงพ่อแม่ที่แท้จริงของสองพี่น้องให้ทั้งสองทราบ) สองพี่น้องจึงขอให้นางฟ้าพากลับไปอยู่กลับพ่อแม่ที่แท้จริง โดยสองพี่น้องจะพาวัววิเศษซึ่งเคารพรักดังแม่ ไปอยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริงด้วย นางฟ้าซึ่งจะแวะมาเยี่ยมเยือนสองพี่น้องปีละหนก็บอกว่าจะพาสองพี่น้องไปอยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริงปีหน้า แต่ห้าพาวัววิเศษไปอยู่ด้วย ทำให้วัววิเศษและสองพี่น้องเศร้าใจ วัววิเศษเป็นห่วงสองพี่น้องที่รักดั่งลูก ทว่าวัววิเศษก็จำเป็นจะต้องเดินทางกลับที่อยู่คือดาววิเศษในเร็ววันนี้ด้วย วัววิเศษจึงมอบเขาวัววิเศษให้สองพี่น้องคนละเขา ถ้าสองพี่น้องเพียงแต่จับเขาวิเศษ ก็สามารถจะเหาะได้ และจะขออาหารหรือขออาวุธวิเศษก็ได้ “ขอคุณมากครับคุณแม่” สองพี่น้องกล่าวขอบคุณวัววิเศษพร้อม ๆ กัน แล้วสองพี่น้องก็ลาแม่วัววิเศษเพื่อจะไปตามหาพ่อแม่ที่แม้จริง ถ้าพบแล้วสองพี่น้องคิดว่าจะกลับมารับแม่วัววิเศษไปอยู่ด้วยภายหลัง สองพี่น้องเลยที่อยู่ของพ่อแม่ไปเพราะมีกลุ่มเมฆซึ่งนางฟ้าเป็นผู้ทำ สองพี่น้องเคยทราบจากวัววิเศษว่าพ่อแม่อยู่แถวทะเลชื่อทองคำ การที่นางฟ้าทำให้มีกลุ่มเมฆก็เพราะนางฟ้าเคืองสองพี่น้องในการขัดคำสั่งของนางฟ้า ซึ่งนางฟ้ายังไม่ต้องการให้สองพี่น้องกลับไปอยู่กับพ่อแม่ในปีนี้ เพราะพระเจ้าสั่งนางฟ้าว่าให้พาสองพี่น้องเดินทางไปปีกหน้า

สองพี่น้องเหาะไป ๆ ก็เจอกับวังขนาดใหญ่สวยงามน่าอยู่อาศัย เปลือกหอยวิเศษก็พูดบอกสองพี่น้องว่ามิให้เข้าไปในวังหลังนั้น แต่สองะพี่น้องก็ไม่เชื่อเปลือกหอย แล้วทั้งสองก็เข้าไปในวังหลังนั้น ภายในวังดูน่าอยู่และอบอุ่น สองพี่น้องก็หิวจึงจับเขาวัววิเศษเพื่อขออาหาร ทันใดนั้นก็ปรากฎอาหารชั้นดี ยอดเยี่ยมและมีประโยชน์หลายชนิด ทั้งสองพี่น้องชอบมาก คือ แกง “เหลือง” ซึ่งเป็นแกงทางภาคใต้ชนิดหนึ่ง มีขมิ้นสด รสเปรี้ยวนำ รสเค็มและหวานเท่า ๆ กัน แกงด้วยปลาใต้ (ในนิทานเรื่องนี้แกงด้วยปลา) และมี “โฮะ” ซึ่งเป็นแกงทางภาคเหนือ แล้วก็มีแกงเขียวหวานซึ่งเครื่องแกงเหมือนแกงเผ็ด แต่ใช้พริกขี้หนูสด แกงด้วยไก่ เนื้อ หรือปลาดุก ผักที่ใช้แกงเป็นมะเขือพวง (ในนิทานเรื่องนี้เป็นแกงเขียวหวานไก่) แล้วก็มีแกง “ฮังเล” ซึ่งเป็นแกงแบบพม่าชนิดหนึ่ง และมีข้าว 3 จานกับขนมและผลไม้ด้วย สองพี่น้องกินข้าวและแกงกับขนมและผลไม้ สองพี่น้องก็อิ่มอร่อยมาก แล้วสองพี่น้องก็พากันไปเดินเล่นในสวนดอกไม้ พอง่วงนอนแล้วสองพี่น้องก็เข้าวังนอน ในช่วงที่สองพี่น้องกำลังนอนหลับอยู่นั้น วังทั้งหลังก็เกิดเดินได้ สองพี่น้องก็ตกใจตื่นแล้วรีบวิ่งหนีออกจากวัง สองพี่น้องจับเขาวัววิเศษเพื่อเหาะขึ้นไปในอากาศ พอสองพี่น้องหันกลับไปมองดูวัง วังทั้งหลังก็หายไป สองพี่น้องเห็นดังนั้นก็รีบเร่งเหาะหนีไปด้วยความรวดเร็ว สองพี่น้องเหาะไกลออกไปแล้วก็เหนื่อย จึงหยุดพัก ณ ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง

“สวัสดีจ๊ะ ที่นี่คือดินแดนอัศจรรย์” หนอนอัศจรรย์กล่าวฮัลโหลกับสองพี่น้องด้วยรอยยิ้มน่ารัก และยังมีดอกไม้เล็ก ๆ ล้อมรอบดอกไม้บานแถวสองพี่น้องนอน ดอกไม้เล็ก ๆ ร้องเพลงได้และมีท่าเต้นรำจากดอกไม้เล็ก ๆ สองพี่น้องเห็นและชื่นชมดังนั้น ก็ยิ้มดีใจมากและมีความสุขมาก สองพี่น้องจึงคิดจะกลับไปพาแม่วัววิเศษมาเที่ยวที่ดินแดนอัศจรรย์นี้ สองพี่น้องจึงเหาะกลับ ในระหว่างทางสองพี่น้องหยุดพักที่เมืองร้าง ด้วยความสงสัยว่าทำไมจึงไร้ผู้คน พอสองพี่น้องเหาะเข้าไปภายในวังของเจ้าของเมือง ก็พบผู้ชาย 1 คน ซึ่งสองพี่น้องคาดว่าคงเป็นเจ้าของเมือง แล้วสองพี่น้องก็พบผู้หญิงสามคน ซึ่งสองพี่น้องคาดคิดว่าคงจะเป็นพระราชินี และพระราชธิดาสองพระองค์ ซึ่งทั้งชายหญิงที่สองพี่น้องพบล้วนเป็นหินเพราะถูกยักษ์สาป ยักษ์ยึดเมืองเพื่อขยายเมืองให้ลูกหลานยักษ์วิ่งเล่น ซึ่งทางสวรรค์ปราบยักษ์ให้ยักษ์ไปเกิดเป็นภูเขาแล้ว สองพี่น้องครุ่นคิดว่าจะช่วยเหล่าผู้คนที่พบนี้ยังไงดี แล้วผู้เป็นพี่ก็คิดออกว่า เขาวัววิเศษซึ่งแม่วัววิเศษให้มานั้น สามารถขออาวุธวิเศษได้ถ้าเพียงจับเขาวัวแล้วขอ สองพี่น้องจึงจับเขาวัววิเศษ เพื่อขออาวุธวิเศษซึ่งสองพี่น้องก็ขออาวุธวิเศษได้คนละแบบ คือ คนพี่ขอได้กระบี่วิเศษแบบเหล็ก คนน้องขอได้กระบี่วิเศษแบบไม้ แล้วทั้งสองก็คิดว่าจะลองใช้กระบี่วิเศษแบบแตะร่างผู้คนที่เป็นหิน พอสองพี่น้องทำเช่นนั้น ผู้คนกลุ่มนั้นก็กลายร่างเป็นคนเหมือนเดิม และเหมือนที่สองพี่น้องคาดคิด ชายซึ่งเป็นหินก็คือเจ้าเมืองจริง ๆ ส่วนหญิงทั้งสามก็คือ พระราชินีและพระราชธิดาสองพระองค์จริง ๆ ด้วยความชื่นชมอยากจะตอบแทนในน้ำใจดีของสองพี่น้องที่ให้ความช่วยเหลือมากมาย เจ้าเมืองจึงยกพระราชธิดาให้สองพี่น้องคนละองค์ และให้เข้าสู่พิธีอภิเษกสมรส สองพี่น้องก็กราบขอบคุณพระเจ้าและเจ้าเมืองด้วยความดีใจมาก ส่วนพระราชธิดาทั้งสองพระองค์ก็ทรงพอพระทัย หลังจากนั้นพี่น้องก็พักอยู่อาศัยที่เมืองนี้ช่วงเวลาหนึ่ง แล้วสองพี่น้องก็คิดว่าจะไปรับแม่วัววิเศษมาอยู่ ซึ่งพอดีวัววิเศษก็คิดถึงลูก ๆ จึงเหาะมาหาลูก ๆ ในเวลาค่ำคืน วัววิเศษก็ได้พบลูก ๆ ซึ่งกำลังคุยกันว่าจะไปหาแม่วัวในวันรุ่งขึ้น วัววิเศษจึงบอกลูก ๆ ว่า “แม่ไม่ได้มาอยู่ที่ถ้ำแล้วลูก เพราะแม่ต้องกลับไปอยู่ดาววิเศษ ลาก่อนลูกแม่ต้องกลับไปดาววิเศษแล้ว” วัววิเศษเศร้าใจร้องไห้ด้วยความรักและอาลับลูก ๆ “แม่ครับผมรักแม่ครับ” สองพี่น้องพูดพร้อม ๆ กัน พอแม่วัววิเศษเหาะกลับไปแล้ว สองพี่น้องก็โอบไหล่กันร้องไห้ แล้วเวลาก็ผ่านไป 1 ปี นางฟ้าก็พาสองพี่น้องกลับไปอยู่ ณ ที่อยู่พ่อแม่แท้จริงแถวทะเล

กล่าวถึงพ่อแม่ที่แท้จริงก็โศกเศร้าเพราะว่าลูก ๆ ถูกเหยี่ยวโฉบ นางฟ้าก็เข้าฝันเพื่ออธิบายให้พ่อแม่เข้าใจ ความเศร้าโศกจึงบรรเทาเบาบางลง สองพี่น้องก็ขอขอบคุณนางฟ้าในความกรุณาที่พากลับมาพบพ่อแม่ แล้วทั้งสองก็ชวนพ่อแม่ให้มาอาศัยอยู่ด้วยกัน ณ เมืองของสองพี่น้อง พ่อแม่ก็ยินยอมแล้วทุกคนก็อยู่พร้อมหน้ากันด้วยความรักและมีความสุข

นิทานเรื่องการท่องเที่ยวพิเศษ ให้ข้อคิดว่า “บุคคลผู้ใดมีใจอ่อนโยนผู้นั้นก็เป็นสุข เพราะจะได้รับแผ่นดินโลกเป็นมรดก” (มธ. 5:5)





 

 

หน้ารัง | บทความ

29 พฤศจิกายน 2003
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2003