| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : บทความอิสระย้อนหลัง | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | บทความ | บทความอิสระย้อนหลัง | ||
ขอสารภาพตามตรงว่าระยะนี้ผมชอบไปเดินเล่นแถวเซ็นเตอร์พ็อยท์
อย่าครับ อย่ามองว่าแม่เบี้ยของผมกำลังแผ่และส่งเสียงขู่ฝ่อ ๆ เพราะผมไม่ได้มีจิตเจตนาอันใดที่จะไปยืนน้ำลายไหลให้ขายหน้าเด็ก ๆ แถวนั้นเลย ที่ไปที่นั่น ก็เพราะเพียงต้องการผ่อนคลายอิริยาบถหลังจากกรำงานมาตลอดสัปดาห์เท่านั้นเอง
ดุ่มเดินตั้งแต่สยาม ผ่านลิโด้ โผล่สกาล่า ผ่ามาบุญครอง สิ่งแรกที่สัมผัสได้ในขณะไปยืนเด๋อด๋าท่ามกลางเสื้อยืดปล่อยชายและสายเดี่ยว คือสีสันอันจัดจ้าน ความสับสนอลหม่าน ความจอแจของยวดยาน และความเบิกบานแห่งวัยเยาว์
ทานโทษ อย่าไปพยายามมองหาอาม่า อาอึ้ม หรืออากู๋ อากง (คนวัยเดียวกัน) เลยครับ เพราะคุณจะไม่พบสักคน มีบ้างก็เหล่าไฮโซไฮซ้อและคุณหญิงคุณนายที่ควงลูกสาวลูกชายมาเรียนพิเศษและชอปปิ้งเท่านั้น
ปราดไปยังร้านรวงรายทาง สิ่งที่พบเห็นคือแฟชั้น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องเกะกะกาย(เครื่องประดับ) อาหารประเทืองสมองจากญี่ปุ่น แฟชั่นเทรนด์ล่าจากยู.เค. โมเดิร์นพังค์ และเจ-ป๊อป
เพื่อนที่ไป(น้ำลายไหล)ด้วยกัน ถามว่า "เอ็งไม่ซื้ออะไรเลยเรอะ?"
ผม no brain อยู่นานครับ ในสมองว่างเปล่า คิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับไปได้ ใจอยากควักกระเป๋าใจจะขาด แต่ ว้า
แย่จัง ไม่มีอะไรจะเหมาะกับผมเลยอ่ะ เสื้อเชิ้ตสำหรับใส่ไปชายทะเลตัวใหญ่นั่นก็ดูทันสมัยเกินกว่าจะเข้ากับใบหน้าอันโบราณของผม รองเท้าแตะหนังขัดมันวับเข้ารูปเกินกว่าจะพอดีกับเท้าอันบานเบอะของผม กางเกงทหารสีกากีตัวโคร่งดูใหญ่เกินกายอันขี้ก้างของผม เจลเปลี่ยนสีผมหลายหลากเฉดไม่เหมาะกับศีรษะอันน้อยผมของผมเช่นกัน สรุปรวมความแล้ว ผมไม่รู้จะซื้ออะไรจริง ๆ ครับ นอกจากแวะร้านนมสด เพื่อดื่มนมเย็นสักแก้ว!
ฟาดนมเย็นไปสองแก้วก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น ยังไม่รู้ว่าจะซื้ออะไร เดินมึน ๆ เข้าโรงหนังไปดูหนังฝรั่งเสียเรื่อง แวะกินอาหารญี่ปุ่นเสียหนึ่งมื้อ ก่อนกลับบ้านอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจตัวเองว่า กูไปทำอะไรที่นั่นหนอ?
ผมพบว่า ผมไม่เหมาะกับที่นั่นเอาเสียเลย มันเป็นสถานที่ที่เด็กอายุ 12-20 ปี ไปยกพลขึ้นบกกัน เพื่อทำกิจกรรมบางอย่างที่ผมไม่เข้าใจและไม่อาจอธิบายได้ สิ่งที่ผมทำได้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของที่นั่นคือ ลองทำกิจกรรมบางอย่างคล้าย ๆ กับที่พวกเขาทำ มันจะออกแค่คล้าย ๆ แต่จะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ผมจะลองเล่นเกมส์เหยียบเต้นสัก 2 ยกก็ได้ แต่จะไม่เหมือนที่พวกเขาเต้นแน่ ๆ (เพราะเต้นไม่ทันอ่ะเด๊ะ) ผมจะแต่งกายให้ look so cool เหมือนพวกเขาบ้างก็ได้ แต่ก็จะถูกมองต่างออกไป (ไม่เจียมบอดี้เอาเสียเลยนะคุณน้า)
เพราะโลกทุกวันนี้เป็นโลกของคนหนุ่มคนสาว เป็นโลกที่ให้เกียรติแก่ความหนุ่มความสาวเป็นอันดับต้น ผู้ที่ยืนอยู่แถวหน้าในสังคมคือคนหนุ่มสาว ไม่ใช่สิ ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นหรอก เพราะแท้ที่จริงคนในสังคมไม่มีใครยืนอยู่หน้าใคร หากยืนสลับซับซ้อนกันจนเกินกว่าจะระบุลงไปอย่างตายตัวว่าใครยืนอยู่หน้าใคร ความคิดของผู้คนตะหากที่ถูกโปรแกรมไว้ด้วยอะไรบางอย่างว่า พื้นที่ตรงแถวหน้านี้คือที่ยืนของคนหนุ่มสาว และบรรดาคนที่มิใช่คนหนุ่มสาวจำต้องถูกกวาดไปอยู่ในที่ทางของตนเอง
ผมคิดว่า นี่เป็น วัฒนธรรมความตาย (Culture of death) อีกรูปแบบหนึ่งที่แฝงอยู่ในสังคมอันศิวิไลซ์ของพวกเรา แนวคิดเช่นนี้มิได้ทำให้ชีวิตถอยห่างจากสภาพของพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ชีวิตไม่หลงเหลือความยั่งยืนในทางจิตวิญญาณและในความเป็นมนุษย์อีกต่อไป เมื่อความเป็นหนุ่มเป็นสาวซึ่งเป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านช่วงหนึ่งของชีวิตได้กลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในวัฒนธรรมมนุษย์ พื้นที่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสังคมได้ถูกยึดครองไปโดยคนหนุ่มสาว แต่ความคิด ความเชื่อ และค่านิยมต่อความหนุ่มความสาวนี้มิได้จำกัดอยู่ในคนหนุ่มสาวเท่านั้น มันแผ่ขยายไปถึงคนทุกรุ่นทุกวัย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนวัยกลางคน หรือกระทั่งเฒ่าชะแรแก่ชรา จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นเด็กหญิงอายุ 9 ขวบทำท่าดีดดิ้งดังสาวรุ่น หรือใบหน้าของอาซ้อไฮโซที่ถูก "อึ๊บ" แล้ว "อึ๊บ" อีก กระทั่งสะดือกลายเป็นจมูก
ค่านิยมในวัฒนธรรมที่สอนให้เทิดทูนความหนุ่มความสาวเช่นนี้ได้ทำให้เราไม่พึงพอใจกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ ตะแบงเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ และขาดความตระหนักรู้ในปัจจุบัน
หากใครคนหนึ่งสลัดตัวเองหลุดจากวงจรแห่งวัฒนธรรมนี้ได้ ผมคิดว่า เขาคงมีความสุขกับสภาพที่เขาเป็นอยู่ ตระหนักในคุณค่าของตัวเอง(self-esteem)เพียงพอ และจะไม่ฟูมฟายกับวันเวลาที่ผ่านไปเรื่อย ๆ เป็นแน่แท้
สภาพดังที่กล่าวมานี้สอดคล้องกับวิถีชีวิตคริสตชนอย่างประหลาด เพราะการเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงการเคลื่อนที่ของกงล้อแห่งประวัติศาสตร์จะทำให้เราพบว่า ชีวิตต้องก้าวไปข้างหน้า ด้วยความหวังว่าจะดีขึ้น ผ่านการสอบตรวจมากขึ้น และบริสุทธิ์มากขึ้น
ชีวิตที่มีคุณค่าและงดงามอย่างแท้จริงจึงมิอาจเกิดขึ้นได้ หากเราพยายามฉุดรั้งให้มันหยุดนิ่งอยู่กับที่ (เพราะที่สุดแล้ว เราก็มิอาจชะลอหรือฉุดรั้งมันได้เลย)
ก็ได้แต่หวังว่าคราวหน้าไปเยี่ยมเยียนเซ็นเตอร์พ็อยท์ คงไม่เจอ "ประตูน้ำโพลีคลินิก" ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่เคียงข้างเสารถไฟฟ้าให้หัวใจวายนะเลยครับ
เก็บตกข้างทาง
|
15 กันยายน 2000
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000