รูปลักษณ์เทวดา
จาก อิสระราย 2 เดือน ปีที่ 11 ฉบับที่ 7 พฤษภาคม มิถุนายน 2531
เราต่างก็รู้ดีว่าลักษณะของเทวดาบนภาพวาดหรือรูปปั้นต่างๆ นั้น ได้รับอิทธิพลมาจากพระคัมภีร์ อย่างไรก็ตามในพระคัมภีร์เองก็มิได้อธิบายถึงลักษณะของเทวดาอย่างชัดเจนหรืออย่างน้อยที่สุด ก็มิได้เหมือนกับลักษณะที่ปรากฎให้เห็นในปัจจุบันเลยทีเดียว ซึ่งนักบุญออกัสตินได้กล่าวถึงคำๆ หนึ่งในภาษากรีกว่า Angelos แปลว่า ผู้แจ้งสาร แท้จริงนั้นคำๆ นี้บ่งบอกถึงงานและหน้าที่มากกว่าที่จะชี้ให้เห็นถึงลักษณะและธรรมชาติของเทวดา ลักษณะของเทวดาในปัจจุบันนี้นั้นมีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายดั่งมนุษย์ มีปีกยาวดังเช่นนกติดอยู่ข้างหลัง แต่กระนั้นก็ตามทีไม่ใช่แนวความคิดของคริสตชนตั้งแต่แรกเริ่มทีเดียว จนกระทั่งได้มีการเปลี่ยนแปลงในสมัยศตวรรษที่ 4
แน่นอนที่สุด ความจริงนั้นเทวดามิได้มีแม้กระทั่งปีกและร่างกาย หากแต่เป็นจิตดังเช่นจิตของมนุษย์ซึ่งมิอาจแลเห็นได้ นอกจากว่าได้รับหน้าที่จากพระเป็นเจ้าให้มาติดต่อกับมนุษย์ ก็มักจะมาปรากฎตัวในลักษณะที่มนุษย์สามารถติดต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปของแสงหรือเสียง หรือที่ปรากฎมาดังในพระคัมภีร์
ในพระคัมภีร์ได้มีการกล่าวถึงเทวดาหลายต่อหลายครั้ง แต่ละรั้งก็จะแตกต่างกันออกไป ในที่นี้เราอาจจะกล่าวถึงเทวดาออกเป็น 4 ลักษณะ และพอที่จะนำมาพิจารณาจากลักษณะการปรากฎมาของเทวดาได้ดังต่อไปนี้
1. เทวดาที่ปรากฎมาให้ได้ยินแต่เสียง มีกล่าวไว้ 2 ตอน คือ ตอนที่อับราฮัมจะฆ่าอิสอัคบุตรของตนเพื่อถวายเป็นยัญบูชา แต่เทวทูตของพระเจ้าเรียกเขาจากสวรรค์ว่า...อับราฮัม อับราฮัม (ปฐก. 22:11) ต่อจากนั้นก็มิได้มีกล่าวถึงการปรากฎตัวของเทวทูตแต่อย่างไร ศิลปินที่ชื่อว่า Del Sarto ได้วาดภาพแสดงถึงเหตุการณ์นี้โดยมีแสงสว่างสุกใส และอับราฮัมกอดอิสอัคไว้ด้วยความตกใจ
พระคัมภีร์อีกตอนหนึ่งกล่าวถึงเทวดาที่ปรากฎแต่เสียงว่า แล้วข้าพเจ้าก็พูดกับทูตสวรรค์ที่สนทนากับข้าพเจ้าว่า...เขาจะเอาตะกร้าไปไหน (ศคย. 5:10) เทวดาที่ทำหน้าที่ของตนซึ่งปรากฎมาแต่เสียงมักจะไม่บอกให้รู้เลยว่าปรากฎมาอย่างไร
2. กล่าวถึงการปรากฎมาของเทวดาที่เป็นเพียงการปรากฎ หรือบ่งบอกถึงการกระทำบางสิ่งบางอย่าง แต่มิได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม ตัวอย่างจากบันไดของยาโคบ เขาฝันว่ามีบันไดอันหนึ่งขึ้นจากแผ่นดินโลก...ทูตสวรรค์ทั้งหลายของพระเจ้ากำลังขึ้นลงอยู่บนนั้น (ปฐก. 28:12) และอีกตอนหนึ่งที่คล้ายกันคือ การขับร้องของบรรดาทูตสวรรค์ที่เบ็ธเลเฮ็มในคืนที่พระผู้ไถ่ได้ทรงบังเกิด ไม่ได้กล่าวถึงรูปร่างเทวดาที่ปรากฎมาเลย
3. การปรากฎของเทวดาที่เห็นในนิมิต (Vision) ประกาศกอิสยาห์เห็นเซราฟิมในภาพนิมิตรได้บรรยายไว้ว่า มีปีกอยู่ 6 ปีก แต่ไม่ได้บรรยายถึงร่างกาย นักบุญยอห์น อัครสาวกเขียนไว้ในหนังสือวิวรณ์ว่า ข้าพเจ้าได้เห็นทูตสวรรค์ที่มีอิทธิฤทธิ์อีกองค์ลงมาจากสวรรค์ มีเมฆล้อมรอบตัวท่านพร้อมกับรุ้งที่อยู่เหนือศีรษะ มีหน้าเหมือนดวงอาทิตย์ และเขาเหมือนเสาไฟ (วว. 10:1) ภาพนิมตของประกาศกเอเสเคียล เป็นภาพนิมิตที่ยากแก่การจินตนาการมากที่สุด ท่านอธิบายถึงเครูบิมไว้ว่า เครูบิมทุกตนมีหน้าอยู่ 4 หน้า หน้าหนึ่งเป็นเครูบ หน้าที่สองเป็นมนุษย์ หน้าที่สามเป็นสิงห์ และใบหน้าสุดท้ายเป็นใบหน้าของนกอินทรีย์ เครูบิมทุกตนมีสี่ปีกภายใต้ปีกมีสันฐานเหมือนมือมนุษย์ (อสค. 10:21-22)
เทวดาที่ปรากฎมาในนิมิตนี้เป็นรูปแบบของจินตนาการมากกว่าที่จะเป็นลักษณะจริงๆ คำอธิบายก็ดูลึกลับและยากที่จะเข้าใจ แต่เราสามารถอธิบายได้โดยอาศัยคำทำนายและสัญลักษณ์ เครูบิมซึ่งได้เขียนมาแล้วในข้างต้นนั้นได้มีการเอ่ยถึงบ่อยมาก โดยเฉพาะเมื่ออธิบายถึงเครูบิมที่อยู่เหนือหีบพันธสัญญา แต่ก็ไม่ทราบแน่นอนว่า มีใบหน้าเท่าไหร่ เป็นอย่างไร มีกี่ปีก และมีร่างกายอย่างไร
พระวิหารที่กษัตริย์ซาโลมอนทรงสร้างขึ้นนั้นถูกทำลายลงในปี 587 ก่อนคริสตศักราช และหีบพันธสัญญาก็ถูกนำไปซ่อนโดยเยเรมีห์ เพื่อป้องกันการยึดครองและได้หายสาบสูญไปแต่เป็นไปได้ที่เครูบิมตามแบบของโมเสสจะเหมือนกับของกษัตริย์ซาโลมอน ต่างก็เหมือนกับรูปปั้นของศาสนแห่งชาวบาบิโลน อัสซีเรีย และอียิปต์
4. เทวดาที่ปรากฎในรูปร่างของมนุษย์และทำให้มนุษย์เข้าใจผิดได้ เทวดาที่ปรากฎแก่อับราฮัม ซึ่งมี 3 องค์ด้วยกัน (ปฐก. 18:2) ในบทต่อไปอีกก็ได้กล่าวถึงโลท ที่ล้างเท้าและเตรียมอาหารให้กับชาย 2 คน โดยโลทหารู้ไม่ว่าทั้งสองคนนั้นเป็นเทวทูตของพระเจ้า ในหนังสือโทบิตมีบันทึกอีกว่า เมื่อโทบิตออกไป ได้พบชายหนุ่มรูปงาม คาดสะเอวพร้อมที่จะเดินทาง (โทบิต 5:4) ชายหนุ่มรูปงามนั้นก็คืออัครเทวดาราฟาเอล นักบุญลูกา และนักบุญมาร์โก ได้กล่าวถึงเทวดาในพระธรรมใหม่เช่นกัน เป็นชายหนุ่มสองคนนั่งอยู่ในพระคูหาในเช้าวันปัสกา โดยสวมอาภรณ์สีขาว
เราจะเห็นว่าเทวทูตของพระเจ้าที่ปรากฎมาในร่างมนุษย์นั้นมักเป็นชาย จะกินอาหารจะเดินทางร่วมกับมนุษย์ และทำให้มนุษย์เข้าใจผิด จนเปิดเผยตัวเองในตอนหลังว่าเป็นเทวดา
รูปลักษณ์ของเทวดาในทางศิลปะ
อันที่จริงแล้ว ศิลปะของคริสตชนสมัยเริ่มแรกที่ค้นพบในคาตากอม ในกรุงโรม ได้แสดงถึงรูปของเทวดาที่มีรูปร่างกายเหมือนมนุษย์และไม่มีปีก ภาพเขียนบนผนังคูหาฝังพระศพของนักบุญพริสซิลา เป็นภาพการแจ้งสารของเทวดากาเบรียลแต่แม่พระ ซึ่งวาดในศตวรรษที่ 2 และภาพวาดการแจ้งสารในสุสานฝังศพของนักบุญมาเซลินุส วาดในศตวรรษที่ 3 และในศตวรรษที่ 4 มีรูปวาดที่ชื่อว่า Good Angle ภาพทั้งสามนี้ล้วนเป็นภาพวาดในลักษณะมนุษย์ธรรมดา
ศิลปะของคริสตชนเริ่มวาดเทวดามีปีกประมาณหลังการครองราชของคอนสแตนตินในตอนกลางของศตวรรษที่ 4 การเปลี่ยนแปลงนี้มีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่ 2 ประการ ประการแรก คือการขาดช่างฝีมือที่ชำนาญและเครื่องมือ ทั้งความคิดที่จะทำให้มองเห็นถึงลักษณะพิเศษของเทวาดาที่มีเหนือมนุษย์ ได้มีการลอกแบบจากเทพเจ้าของศาสนาอื่น คือเทพแห่งชัยชนะ (Victories) ซึ่งเป็นเทพของชาวโรมัน เป็นรูปของหญิงสาวที่สวมกระโปรงยาวพลิ้ว และมีปีกเหมือนเทวดาที่เห็นในปัจจุบัน รูปปั้นเทพเจ้าแห่งชัยชนะนี้มักจะสร้างขึ้นประดับเหนือสิ่งก่อสร้างที่สำคัญๆ ซึ่งในทางที่จริงแล้วมีการก่อสร้างรูปปั้นของเทพเจ้าองค์นี้มาก จนบางครั้งก็นำไปตั้งในวิหารต่างๆ เพื่อประดับแทนเทวดาเลยก็มี
องค์ประกอบในการเปลี่ยนแปลงอีกอันหนึ่งก็คือ การนำศิลปะเข้ามาของพวกมิจฉาทิฐิที่เรียกว่า Gnostics ซึ่งได้นำเอาเทพเจ้าของศาสนาอื่นๆ เข้ามาปะปนกับคริสตศาสนา เช่นการประการถึงความเกี่ยวพันระหว่างเทพเจ้าแห่งสงคราม (Mercury) กับอัครเทวดามีคาแอล ผู้ทำสงครามขับไล่เทวดาที่ทรยศ ได้มีการใช้รูปปั้นของเทพเจ้าแห่งสงครามนี้แทนอัครเทวดามีคาแอล ถึงแม้ว่าพวกเหล่านี้จะหมดอิทธิพลไปแล้ว แต่อิทธิพลทางศิลปะยังคงหลงเหลืออยู่ให้เห็นจนทุกวันนี้
รูปเทวดาที่พบเห็นในปัจจุบันเป็นเพียงรูปสัญลักษณ์ ไม่ใช่ตามแบบของพระคัมภีร์ที่ทำสงครามให้กับพระเป็นเจ้า หรือปรากฎมาในรูปมนุษย์ แต่เป็นรูปคล้ายผู้หญิงที่อ่อนหวาน ถ้าหากเทวดาจะปรากฎตามคำอธิบายที่มีอยู่ในพระคัมภีร์ เราจะมองดูท่านได้อย่างไร เราคงตกใจจนวิ่งหนีแน่
เทวทูตสวรรค์ไม่เพียงแต่ปรากฎมาตามบันทึกในพระคัมภีรเท่านั้น นักบุญโจน ออฟ อาร์ก สามารถพูดติดต่อกับเทวดาได้ นักบุญฟรังซิส เดอ ซาร์ล ได้อ้างอิงถึงการปรากฎมาของอารักขเทวดาของเพื่อนของท่าน และเมื่อประมาณ 60 ปีที่แล้วที่ Pere Laway ท่านได้รับพระพรพิเศษให้สามารถมองเห็นเทวดาได้ ในการปรากฎมาของเทวดาก็จะเป็นไปตามความรู้และประสบการณ์ของผู้ที่ได้รับพระพรนั้นด้วย นักบุญยอห์น แห่งไม้กางเขน ผู้เป็นนักปราชญ์ ได้เห็นเทวดาในรูปของสัญลักษณ์ต่างๆ และเต็มไปด้วยแสงรุ่งโรจน์ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่ชาวจีนจะเห็นเทวดาแบบชาวจีน หรือคนผิวดำจะเห็นเทวดาผิวดำ