| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : ทักทายกะนายช่างคราวก่อน | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | ทักทายกะนายช่าง | ||
เลาะไปในยุโรป (4) |
| แล้วก็มาถึงตอนอวสานกันซะทีกับการเลาะไปในยุโรปของนายช่าง แวะเข้าไปอ่านตอนก่อนๆกับภาพสวยๆ จากกองบก.อิสระ ก็ทำให้รู้สึกชุ่มชื่นใจ
ทำให้ข้อเขียนมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะ น่าอ่านขึ้นอีกโขทีเดียว ขอบคุณหลายๆ
เราไปถึงบริเวณจัตุรัสแกรนด์พลาซ่า ซึ่งอยู่ใจกลางกรุงบรัสเซลส์ และเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะมาแน่นอน เพื่อมาดูจัตุรัสที่รายล้อมไปด้วยตึกที่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงาม พิธีสำคัญๆ ของเบลเยี่ยมหลายๆ ครั้งจะจัดขึ้นที่นี่ นอกจากนั้นยังมีรูปปั้นสองชิ้นที่รายการทัวร์จะพลาดไม่ได้เลยก็คือรูปปั้นในท่านอนของนักรบ Evrard 't Serclaes ที่นักท่องเที่ยวจะจับรูปปั้น จนตัวมันวาววับทีเดียว ว่ากันว่าใครได้จับรูปปั้นนี้ จะมีความสุขไปตลอดทั้งปี หรือถ้าเป็นหญิงสาว ก็จะได้แต่งงานภายในปีนั้น (คงจะเป็นการดี สำหรับสาวๆ ที่กำลังจะพลาดรถไฟขบวนสุดท้าย ฮา)
ช่วงบ่ายมีเวลาเหลืออีกเยอะ เช่นเคยครับ ผมก็หาแผนที่จาก Information Center แล้วก็เดินเที่ยวเอง ออกจากตารางทัวร์ที่กำหนดไว้ จุดหมายของผมก็คือเดินไปดูตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามแผนที่ที่เขากำหนดไว้ เดินไปเดินมา ปรากฎว่าแวะวัดไปทั้งหมด 4 แห่ง อันได้แก่ วัด Kapelle (วัดนี้เดินหลงไปเอง อย่างไม่ตั้งใจ) วัดนี้มีธรรมมาสน์สำหรับพระสงฆ์เทศน์สวยมาก เป็นรูปแกะสลักไม้ตอนที่ เทวดานำอาหารมาให้เอลิชาห์ระหว่างที่หลบหนีอยู่ในถ้ำ วัดที่สองก็คือวัดน.มักดาเลนา แล้วก็วัดน.แคธเธอรีน กับ วัดน.นิโคลัส แต่ละวัดก็มีความสวยงามแตกต่างกันไป และมีอายุหลายร้อยปี ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ที่น่าใจหายก็คือ ดูเหมือนว่าแม้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแต่ก็ไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร เห็นแล้วก็สะท้อนใจ วันนี้เราค้างที่นี่หนึ่งคืน พอตกดึกผมก็พาคณะลูกทัวร์ประมาณห้าหกคนเดินไปดูโชว์แสงสีที่จัตุรัสแกรนด์พลาซ่า โชคดีโรงแรมที่พักของเราอยู่ใกล้พอที่จะเดินไปที่จัตุรัสเองได้ สวยงามคุ้มค่าเหนื่อยที่เดินมา
ตอนบ่าย คณะทัวร์พาเรานั่งเรือหลังคากระจกไปตามคลองในอัมสเตอร์ดัม เพราะที่เมืองนี้มีคลองเยอะมาก ไกด์ของเราบอกว่า เรือที่จอดอยู่ริมคลอง เป็นบ้านจริงๆ ที่มีคนอาศัยอยู่ แต่ก่อนการเสียภาษีเรือ เขาจะเก็บภาษีจากจำนวนหน้าต่างของเรือ ถ้ามีหน้าต่างมากก็เสียภาษีแพง ถ้าหน้าต่างน้อย ก็เสียน้อย เป็นต้น เรือจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนฮอลแลนด์ ![]() ถ้าเราศึกษาเข้าไปในประวัติศาสตร์ ก็จะรู้ว่าชาวฮอลแลนด์เป็นชนชาติพ่อค้าที่จะล่องเรือไปขายสินค้าในต่างประเทศ เวลาเราเรียนประวัติศาสตร์ชาติไทย เราคงเคยได้ยินว่ามีพ่อค้าชาวฮอลันดามาติดต่อค้าขายกับคนไทยในสมัยก่อน และด้วยจิตวิญญาณของการเป็นพ่อค้ามาตั้งแต่ดั้งเดิมนี้เอง ประเทศฮอลแลนด์ หรือเนเธอร์แลนด์จึงได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ใจกว้างและเปิดมากที่สุดในบรรดาประเทศทางแถบยุโรปทั้งหลาย ประเทศเขาเปิดกว้างขนาดมีกฎหมายให้ กัญชาเป็นยาเสพติดที่ถูกกฎหมาย หาซื้อได้ตามร้านเหล้าทั่วไป ซื้อหามาสูบกันได้อย่างอิสระเสรี และการค้าประเวณีก็เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย โสเภณีต้องจ่ายภาษีด้วยนะครับ แพงกว่าอาชีพปกติเสียด้วย น่าแปลกไหม ไม่เหมือนเมืองไทยที่รักของเรา ทั้งสองอย่างเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ก็ซื้อขายกันได้อย่างง่ายดาย ทั้งยาบ้า และโสเภณี ยิ่งช่วงนี้อ่านข่าวจากเมืองไทย มีทั้งนักเรียน นักศึกษาทำอาชีพนี้หาลำไพ่พิเศษ ก็ยิ่งสะท้อนใจหนัก เฮ้อ เมืองไทยทำไมเป็นไปได้ขนาดนี้
หลังจากนั้น คณะทัวร์ก็พาเราแวะร้านเพชรเพื่อชมวิธีการดูเพชร และเจียระไนเพชร ก็เลยได้ความรู้มาเล็กๆ น้อยๆ ว่า เพชรที่ดีจะต้องมี 4 C ครับ คือ Carat, Color, Clarity และ Cut Carat ก็คือจำนวนกะรัตของเพชร Color เพชรที่ดีต้องสีขาวใส หรือภาษานักเลงเพชรก็คือ เนื้อ 100 เปอร์เซนต์ Clarity ก็คือ น้ำ หรือความสดใส ประกายวาววับ และสุดท้ายก็คือ Cut หรือการเจียระไน การเจียระไนแบบ Brilliant Cut หรือแบบ 64 เหลี่ยมจะเป็นการเจียระไนที่ทำให้เพชรแพงที่สุดเพราะเสียเนื้อเพชรไปเยอะที่สุด แต่ก็จะทำให้เพชรสวยงามที่สุดด้วย พอสาธิตการดูเพชรเสร็จ ก็เป็นการขายเพชรสิครับ ลูกทัวร์ของเราก็สวมวิญญาณนักช็อปไทยทันที เบ็ดเสร็จสิริทุกคนรวมกันแล้วก็ สามแสนฝ่าๆ ครับ ผมน่ะหรือ เช่นเคยครับ ดูตาแต่ มืออย่าต้อง(เงิน)ไม่เสีย ฮิ่ ฮี่
เสียดายที่โปรแกรมทัวร์ของเราไม่มีการแวะชมพิพิธภัณฑ์ผลงานของ แวน โกห์ (Van Gogh) จิตรกรชื่อดังชาวฮอลแลนด์ ตั้งใจว่า คราวหน้า ต้องมาเอง จะมาแวะดูให้ได้เชียว ![]() วันรุ่งขึ้นเราต้องเดินทางต่อไปที่เมืองแฟรค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน อันเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวของเรา ระหว่างทางเราแวะพักทานข้าวเที่ยงที่เมืองโคโลญจน์ อันเป็นที่มาของน้ำหอม 4711 ที่เรารู้จักกันดี เราแวะถ่ายรูปกับมหาวิหารที่ใจกลางเมืองสูงตระหง่านใหญ่โตมาก ภายในวิหารสวยงามไม่แพ้วัดอื่นๆที่เคยเห็นมา ![]() ![]() เรามาถึงเมืองแฟรค์เฟิรต์ตอนบ่ายแก่ๆ แล้วก็แวะชม Romerberg อันเป็นเสมือนจุดศูนย์กลางและเป็นแหล่งท่องเที่ยวของเมืองแฟรงค์เฟิร์ต ที่บริเวณลานจะมีรูปปั้นและน้ำพุแห่งความยุติธรรม วันนี้ก็อีกเช่นเคยครับ ได้มีโอกาสเดินดูวัดอีกสองแห่ง คือวัดน.นิโคลัส กับ มหาวิหาร Kaiserdom หรือมหาวิหารแห่งกษัตริย์ เพราะในอดีตมีกษัตริย์และจักรพรรดิ์หลายพระองค์ได้รับการเลือกและสวมมงกุฎที่นี่ การมาเที่ยวยุโรป แล้วได้เดินมาดูวัด นี่ดีนะครับ เพราะสถาปัตยกรรมที่สวยงามทั้งหลายมักจะได้รับการตกแต่งอย่างดีภายในวัด วัดจึงเป็นแหล่งรวมศิลปกรรมในอดีตจนถึงสมัยปัจจุบัน วัดบางแห่งอายุอานามเกือบพันปี สร้างแล้วเผา เผาแล้วสร้างใหม่ สร้างแล้วถูกทำลาย วัดบางแห่งจึงมีสถาปัตยกรรมหลายๆ ช่วงอยู่ภายในตัววัด ขึ้นอยู่กับว่าจะดูในส่วนไหน ใครจะหาว่าผมเป็น "เด็กวัด" หรือเป็น "ทัวร์แสวงบุญ" ก็ช่าง มาทัวร์ครั้งนี้คุ้มค่าเหลือหลาย แถมได้บุญกลับมาอีกเป็นกระบุงโกย แถมมีเรื่องโฮลี่ๆ เก็บมาฝากกันอีก ทัวร์จากเมืองไทยก็เดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น ส่วนผมและคนรู้ใจข้างกายก็แยกตัวออกมาเพื่อเที่ยวต่อที่ตัวเมืองแฟรงค์เฟิร์ตอีกหนึ่งวัน เราแยกทางกันที่สนามบินเพื่อจะขึ้นรถไฟฟ้าเข้าไปในตัวเมือง กว่าจะซื้อตั๋วรถไฟจากตู้ได้ เล่นเอาเหงื่อตก เพราะพี่ท่านเขียนเป็นภาษาเยอรมันล้วนๆ มีภาษาอังกฤษเล็กๆ พอเป็นพิธี พอดีวันนั้น เขาจัดงาน Festival อะไรบางอย่างในตัวเมือง เขาปิดถนนและมีการแสดงมากมาย เลยได้ดูอะไรเพลินๆ ตลอดทั้งวัน เอาละครับ มาถึงตรงนี้ ผมคงต้องยุติการพาคุณๆ มาเที่ยวยุโรปกันแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับที่ติดตามอ่านกันมาสี่ตอนเต็มๆ ฟังผมโม้บ้าง บ่นบ้าง ไปตามประสา ถ้ามีสาระ หรือได้อะไรดีๆจากข้อเขียนเหล่านี้ ผมก็ดีใจ แต่หากมีข้อผิดพลาดใด ก็ขออำภัยกันตรงนี้เลยนะครับ คราวหน้าเราจะกลับมาอยู่ในชีวิตจริงกับเรื่องราวคอมพิวเตอร์น่ารู้ ตามแนวที่ผมถนัดกันซะที หลังจากท่องเที่ยวอยู่ในความฝันมานาน ไม่อยากออกมาจากความฝันเลยจริงจริ๊ง แต่ทำงัยได้ ต้องกลับมาอยู่ในชีวิตจริง ทำงาน เก็บหอมรอบริบเพื่อกลับไปท่องเที่ยวตามความฝันต่อไป แล้วจะได้มีอะไรๆ มาโม้ให้คุณๆ ฟังต่อไง... ดีไหม
|
1 กรกฎาคม 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001