issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : เสริมศรัทธา : ปีศักดิ์สิทธิ์ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | เสริมศรัทธา

ปีศักดิ์สิทธิ์ 2000 มีความสำคัญต่อคริสตชนทั่วโลกอย่างไร?
จากหนังสือคู่มือเล่มเล็กๆ พิมพ์โดยหนังสือพิมพ์รายปักษ์ "Our Sunday Visitor"
ดุสิตา

การฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ คือการเรียกร้องอย่างพิเศษเพื่อจะได้เข้าใจมากขึ้น ถึงการเสด็จลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระบุตรของพระเป็นเจ้า เราควรระลึกว่าองค์พระเจ้าทรงรักท่าน และเพราะความรักต่อท่าน พระเยซูเจ้าได้ทรงยอมเป็นมนุษย์เมื่อสองพันปีล่วงมาแล้ว เราจึงควรรักทุกคนเหมือนอย่างที่พระคริสตเจ้าได้ทรงรักเรา: "อะไรก็ตามที่ท่านปรารถนาให้คนอื่นปฏิบัติต่อท่าน ท่านก็ควรปฏิบัติเช่นนั้นต่อเขาทั้งหลาย นี่คือกฎและคำเทศนาของผู้ทำนาย" (มท. 7:12)

ในโอกาสฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ครบรอบการประสูติของพระคริสตเจ้า ทุกคนได้รับการเชื้อเชิญให้รำพึงถึงพระเป็นเจ้า องค์ความรัก ความรักจะนำท่านไปหาพระองค์และสันติสุขในดวงใจของท่าน

ท่านคือคริสตชน ผู้ติดตามพระเยซูคริสตเจ้า ท่านเคยหาเวลาเงียบๆ ถามตัวท่านว่า ทำไมเราเฉลิมฉลองปีศักดิ์สิทธิ์? "จงมองเห็น บัดนี้เป็นเวลาแห่งการยอมรับ บัดนี้เป็นวันแห่งการกอบกู้วิญญาณ" (2 คอริน. 6:2)

จูบีลี (Jubilee) หรือ การฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ คือ

ปีแห่งการฟื้นฟูจิตวิญญาณ
ปีแห่งการเข้าพบพระคริสตเจ้าโดยส่วนตัว
ปีแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้าและเพื่อองค์พระเจ้า และความรักที่เต็มไปด้วยความเมตตากรุณาต่อกันของมนุษย์ทั้งมวล

เราจะสังเกตเห็นว่าการคำนวณปีที่ผ่านไปแล้วเกือบทุกหนทุกแห่ง เริ่มต้นจากปีที่พระคริสตเจ้าได้ทรงเสด็จลงมาในโลก "ในการย่างก้าวเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ คริสตชนต้องวางตัวอย่างสุภาพถ่อมตนต่อพระพักตร์พระเป็นเจ้า และพิเคราะห์ตัวเองถึงความรับผิดชอบต่อความชั่วร้ายในสมัยของเรา" (ข้อความนี้คัดมาจากจดหมายถึงพระสังฆราช "Tertio Millennio Adveniente" ของพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 เกี่ยวกับการฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ 2000)

เราจะพูดถึงสภาวะทั่วโลกของสังคมมนุษย์ในยุคอิเล็กทรอนิกอย่างไร? และคริสตชนจะเป็นสักขีพยานในโลกปัจจุบันอย่างไร? "การฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ควรยืนยันความเชื่อของคริสตชนยุคปัจจุบันในพระเป็นเจ้า ผู้ได้ทรงเผยพระองค์ในพระคริสตเจ้า ได้หล่อเลี้ยงความหวังของเขาทั้งหลายที่จะได้รับชีวิตนิรันดร และทำให้ความรักของเขาทั้งหลายในการรับใช้พี่น้องเร่าร้อนอยู่เสมอ"

เป็นการง่ายที่จะกล่าวถึงความชั่วร้ายที่ส่งผลกระทบกระเทือนต่อชาวโลก แต่ท่านเองจะไม่ทำอะไรที่ก่อให้เกิดสิ่งที่ดีงามบ้างหรือ? การฉลองปีศักดิ์สิทธิ์เป็นโอกาสที่พระเป็นเจ้าทรงประทานแก่ท่านเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่ และท่านจะได้เป็นสักขีพยานยืนยันความเชื่อของท่าน

สัญลักษณ์ปีศักดิ์สิทธิ์ คือการประกาศข่าวดีของคริสตชนทั่วโลก ตรงกลางเป็นวงกลมสีน้ำเงินหมายถึงโลก มีเครื่องหมายสำคัญมหากางเขนล้อมรอบผิวโลก นกพิราบห้าตัวมีสีต่างกันหมายถึงห้าทวีป ลำแสงที่พุ่งมาจากจุดศูนย์กลางหมายถึงพระคริสตเจ้า องค์ความสว่างเที่ยงแท้ของชาวโลก พร้อมด้วยคำจารึกว่า "พระคริสตเจ้า เมื่อวานนี้ วันนี้ และตลอดไป"

นกพิราบทั้งห้าตัวเชื่อมติดกันหมายถึงจิตตารมณ์แห่งการเป็นหนึ่งเดียวของลูกๆ ของพระเป็นเจ้า และการคืนดีกันของประชากรของพระองค์ ไม้กางเขนเตือนใจเราว่า พระคริสตเจ้าได้สิ้นพระชนม์เพื่อความรอดของมนุษย์ทั้งมวล และเส้นสีสามเส้นหมายถึงข้อลึกลับศักดิ์สิทธิ์มหัศจรรย์เกี่ยวกับพระตรีเอกภาพ

ในปีศักดิ์สิทธิ์ คริสตชนจะยึดมั่นในความเชื่อ ซึ่งได้รับการฟื้นฟูอย่างมหัศจรรย์ โดยความรักต่อพระบิดาเจ้า ผู้ได้ทรงประทานพระบุตรแต่องค์เดียวแก่เรา "ใครก็ตามที่เชื่อในพระองค์จะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร" (ยอห์น 3:16)

สิ่งที่เราจำเป็นต้องปฏิบัติ คือ:
1. การปรับปรุงชีวิตของเราอย่างเต็มที่ในฐานะที่เป็นคริสตชนผู้ได้รับศีลล้างบาป
เราจะดำรงชีวิตอย่างไร?
เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร?
เรากล้าเรียกตัวเราเองว่าคริสตชน ได้อย่างเต็มปากเต็มคำไหม?
เรามีความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้อื่นอย่างไร?
เราจำคำสั่งสอนในพระคัมภีร์ได้ไหม:
"มีประโยชน์อะไร ถ้ามนุษย์ได้ทั้งโลกเป็นกรรมสิทธิ์ และสูญเสียความรอดของเขาเอง" (ลก. 9:25)?

2. การเป็นทุกข์ถึงบาปอย่างจริงใจ
ไม่มีใครหลอกพระเป็นเจ้าได้ เราทุกคนมีบาปที่เราจะต้องชดเชย:
"ความยินดีในการฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ทุกๆ ครั้ง เหนือสิ่งอื่นใด เป็นความยินดีที่ขึ้นอยู่กับการที่พระเป็นเจ้าทรงให้อภัยเรา เป็นความยินดีแห่งการกลับใจของเรา"
"เมื่อคนบาปหนึ่งคนเป็นทุกข์เสียใจที่ได้ทำบาป เทวดาในสวรรค์ชื่นชมยินดียิ่งนัก" (ลก. 15:10)

3. ความตั้งใจอย่างแน่วแน่
"ฉันจะลุกขึ้นและกลับไปหาคุณพ่อของฉัน . . . " (ลก. 15:10) เป็นการตอบรับคำเชิญ
"จงเป็นทุกข์ถึงบาปและเชื่อในพระคัมภีร์" (มท. 1:15)
"จงมาหาเรา ทุกคนที่ทำงานตรากตรำและมีภาระอย่างหนัก แล้วเราจะให้ท่านพักผ่อน" (มท. 11:28)

พระคุณการุณย์ คือ การที่พระเป็นเจ้าทรงยกโทษบาปที่เราได้ทำในโลก ซึ่งได้รับการอภัยเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้โทษครบบริบูรณ์ ปีศักดิ์สิทธิ์เป็นปีแห่งพระหรรษทาน สำหรับการฟื้นฟูชีวิตภายในของเรา เงื่อนไขสำหรับรับพระคุณการุณย์ คือ เราต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของปีศักดิ์สิทธิ์:

1. การรับศีลแก้บาปนำเราไปสู่การกลับใจอย่างแท้จริง

2. การรับศีลมหาสนิท
"ปี 2000 จะเป็นปีแห่งการรับพระกายพระคริสตเจ้าอย่างร้อนรน"

3. การเดินทางไปแสวงบุญ
เตือนใจเราว่า "ตลอดชีวิตคริสตชนเปรียบเหมือนการเดินทางไปแสวงบุญที่พระวิหารของพระบิดาเจ้า"

4. การสวดภาวนา
บทแสดงความเชื่อ บทข้าแต่พระบิดา บทวันทามารีอา และบทสิริพึงมี ตามพระประสงค์ขององค์พระสันตะปาปา

5. การไปเยี่ยมเยียนวัดต่างๆ ตามที่พระสังฆราชได้กำหนดไว้ในแต่ละสังฆมณทล

6. การทำกิจศรัทธา
ต่อคนป่วย คนที่ถูกคุมขัง คนสูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียว เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เยาวชนที่ทุกข์ร้อน และทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากเรา เพราะพระคริสตเจ้าทรงอยู่ในคนเหล่านั้น (มท. 25:34-46)

พระศาสนจักรได้มีอายุครบ 2000 ปี และได้ฉลองปีศักดิ์สิทธิ์หลายศตวรรษมาแล้ว ในปัจจุบันได้มีการเฉลิมฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ทุกๆ 25 ปี รวมทั้งในโอกาสพิเศษด้วย

ปีศักดิ์สิทธิ์ที่พระศาสนจักรได้ฉลองไปแล้ว คือ:

ปี
1300
1350
1390
1400
1425
1450
1475
1500
1525
1550
1575
1600
1625
1650
1675
1700
1725
1750
1775
1825
1875
1900
1925
1950
1975
2000
โดยพระสันตะปาปา
โบนิเฟสที่ 8
เคลมเม้นท์ที่ 6
เออร์บันที่ 6 และโบนิเฟสที่ 9
โบนิเฟสที่ 9
มาร์ตินที่ 5
นิโคลัสที่ 5
ปอลที่ 2 และซิกตัสที่ 4
อเล็กแซนเดอร์ที่ 6
เคลมเม้นท์ที่ 7
ปอลที่ 3 และจูลิอูสที่ 3
เกรกอรี่ที่ 13
เคลมเม้นท์ที่ 8
เออร์บันที่ 8
อินโนเซนต์ที่ 10
เคลมเม้นท์ที่ 10
อินโนเซนต์ที่ 12 และเคลมเม้นท์ที่ 11
เบเนดิกที่ 13
เบเนดิกที่ 14
เคลมเม้นท์ที่ 14 และปิโอที่ 6
เลโอที่ 12
ปิโอที่ 9
เลโอที่ 13
ปิโอที่ 11
ปิโอที่ 12
ปอลที่ 6
ปอลที่ 2

พระเยซูเจ้าได้ตรัสว่า: "เราเป็นประตู" (จอห์น 10:7) พระองค์ทรงเป็นประตูแห่งปีศักดิ์สิทธิ์ "ที่ซึ่งคนชอบธรรมได้เดินเข้าไป (Ps 117:20) นี่คือหนทางที่นำเราไปสู่ชีวิต ครั้งหนึ่ง "ประตูแห่งดวงใจได้เปิดออก"

การเฉลิมฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ 2000 เป็นการประกาศข้อลึกลับศักดิ์สิทธิ์มหัศจรรย์เกี่ยวกับการเสด็จลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระเป็นเจ้า (Incarnationis Mysterium) และเริ่มจากวันก่อนวันฉลองคริสตสมภพปี 1999 พระสันตะปาปาได้ทรงเปิดประตูปีศักดิ์สิทธิ์ในพระมหาวิหารนักบุญเปโตร ณ กรุงโรม ในเวลาต่อมา ได้มีการเปิดประตูของพระวิหารอื่นๆในกรุงโรม เช่นเดียวกับประตูของพระวิหารทั่วโลก และโดยเฉพาะในกรุงเยรูซาเล็ม แล้วการฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ได้เริ่มด้วยพิธีกรรมพิเศษ

จุดมุ่งหมายแห่งการฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ได้ระบุไว้อย่างชัดเชนว่า "ทุกคนควรเน้นที่วัตถุประสงค์ดั้งเดิมของการฉลอง คือ การชุบชูความเชื่อและการเป็นสักขีพยานของคริสตชนให้เข้มแข็ง"

นี่เป็นการเรียกร้องทุกคนให้มา:

1. รู้จักพระบิดา พระบุตร และพระจิต รวมทั้งพระนางมารีอา พระชนนีของพระมหาไถ่ เราไม่อาจรักใครที่เราไม่รู้จัก ดังนั้น เราจำเป็นต้องผูกมัดตัวเราโดยส่วนตัว ด้วยกิจการต่อไปนี้:

ก) การอ่านพระคัมภีร์: "คริสตชนควรหันความสนใจที่ได้รับการฟื้นฟูใหม่มาหาพระคัมภีร์"
ข) การศึกษาหาความรู้อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับข้อความเชื่อของคาทอลิก โดยการเรียนรู้คำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก
ค) การมีส่วนร่วมในพิธีกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มิสซา

2. เป็นสักขีพยานในการยืนยันความเชื่อของเรา

ก) อย่างคริสตชนในชีวิตของเราแต่ละคน ในครอบครัว ในสังคม ในที่ทำงานของเรา และในวัดของเรา
ข) โดยงานกุศล ความเชื่อปราศจากงานกุศลเป็นความเชื่อที่ไร้ชีวิต
ค) โดยการถวายความทุกข์ของเราแด่พระเป็นเจ้า เป็นการรวมความทุกข์ของเราเข้ากับไม้กางเขนของพระคริสตเจ้า ที่ได้กอบกู้มนุษย์ทั้งมวล

"พระนางมารีอา พระชนนีของพระมหาไถ่ . . . ผู้ซึ่ง เมื่อสองพันปีมาแล้ว ได้ประทานแก่มนุษยโลกพระวจนาตถ์ทรงรับเอากาย และนำชายและหญิงแห่งสหัสวรรษใหม่มาหาพระองค์ ผู้ซึ่งเป็นองค์ความสว่างเที่ยงแท้ ที่ได้เปิดหูเปิดตามนุษย์ทุกคน"

ให้เราภาวนา ข้าแต่พระเป็นเจ้า พระองค์ทรงรักเราอย่างไม่มีขอบเขต โปรดประทานพระหรรษทานแห่งปีศักดิ์สิทธิ์แก่เรา เราจะได้ประพฤติตนตามน้ำพระทัยของพระองค์ โปรดฟื้นฟูจิตตารมณ์แห่งคริสตชนในตัวเรา เราจะได้มีความเชื่ออย่างมั่นคง และเป็นสักขีพยานขององค์พระเยซูเจ้าต่อชาวโลก ทั้งนี้ อาศัยพระบารมีพระคริสตเจ้า ผู้ซึ่งสถิตกับพระองค์ และพระจิต ตลอดนิรันดร อาแมน

 

หน้ารัง | เสริมศรัทธา | แนะนำเพื่อนอ่าน

Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000