issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : เสริมศรัทธา : ประวัตินักบุญ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | เสริมศรัทธา

ประวัตินักบุญ
นักบุญมาร์กาเรต มารีย์ อลาค้อก

องค์อุปถัมภ์คริสตชนที่มีความรักและความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูคริสตเจ้า
ฉลองวันที่ 17 ตุลาคม

Alacoque มาร์กาเรต มารีย์ เกิดวันที่ 22 กรกฏาคม 1647 เป็นบุตรสาวของนายคล้อด อลาค้อกและนางฟิลิเบอร์ที ลามิน ผู้ซึ่งมีคุณธรรมความดีมากกว่าทรัพย์สมบัติในโลกนี้ เขาทั้งสองเป็นที่เคารพรักและนับถือของคนที่รู้จัก ตั้งแต่เป็นเด็กมาร์กาเรตมีความรักต่อศีลมหาสนิทอย่างร้อนรน และชอบความสงบเงียบและการสวดภาวนามากกว่าความสนุกสนานแบบเด็กๆ

เธอได้รับศีลมหาสนิทครั้งแรกเมื่ออายุเก้าขวบ และทำพลีกรรมโดยไม่ให้ใครรู้ เธอต้องนอนเจ็บอยู่บนเตียง ด้วยโรคไขข้อเป็นเวลาสี่ปี หลังจากเธอได้สัญญากับพระนางพรหมจารีมารีอาว่า เธอจะถวายตัวเป็นนักบวชในอาราม เธอได้หายจากโรคและมีสุขภาพสมบูรณ์ ความตายของพ่อเธอและการที่ญาติๆ ไม่มีน้ำใจโอบอ้อมอารีต่อเพื่อนมนุษย์ผู้ตกระกำลำบาก ทำให้ครอบครัวของเธอจมดิ่งในความยากจนและการดูหมิ่นเหยียดหยาม พี่สาวของเธอยึดบ้านไป แม่และเธออาศัยอยู่ในบ้านเหมือนคนใช้

ชีวิตยิ่งลำบาก เธอยิ่งพบความสุขใจในศีลมหาสนิท เธอได้บันทึกว่า "ในเวลานั้น ความปรารถนาทั้งสิ้นของข้าพเจ้า ก็คือการแสวงหาความสุขและความบรรเทาใจในศีลมหาสนิท" และพระคริสตเจ้าได้แสดงให้เธอรู้ว่า พระองค์ประทับอยู่ คอยพิทักษ์รักษาเธอตลอดเวลา พระองค์มักจะประจักษ์ให้เธอเห็นในสภาพถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขน หรือปิลาโตบอกให้ฝูงชนมองดูพระองค์ หลังจากที่พระองค์ถูกเฆี่ยนอย่างยับเยิน ภาพเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เธอพิศวงงงงวยแต่อย่างใด เพราะเธอคิดว่าทุกคนคงมีประสบการณ์เช่นเดียวกับเธอ

เธอเข้าโรงเรียนของนักบวชคณะแคลร์ ผู้ยากจนที่เมืองชาโรส์ เมื่อมาร์กาเรตมีอายุสิบเจ็ดปี ครอบครัวของเธอได้บ้านกลับมาครอบครองใหม่ แม่อยากให้เธอแต่งงาน ความรักต่อแม่พี่และน้องชักนำเธอให้เชื่อว่าคำสัญญาในวัยเด็กไม่อาจเป็นข้อผูกมัดเธอ เธอสามารถรับใช้พระเป็นเจ้าที่บ้าน โดยทำกิจใช้โทษบาปและช่วยเหลือคนจน แล้วขณะเลือดไหลออกจากบาดแผลพลีกรรม เธอได้ออกไปร่วมงานสนุกสนานของชาวโลกคืนหนึ่ง หลังจากกลับจากงานราตรี ในภาพประจักษ์พระคริสตเจ้าได้ตำหนิเธอขณะพระองค์ถูกเฆี่ยนอย่างทารุณโหดร้าย ว่าเธอไม่ซื่อสัตย์ต่อพระองค์เลย ถึงแม้พระองค์ได้ประทานแก่เธอข้อพิสูจน์ความรักของพระองค์หลายอันก็ตาม ตลอดชีวิต มาร์กาเรตเป็นทุกข์เสียใจที่เธอได้ทำความผิดสองประการ คือ การใส่เครื่องประดับเสื้อผ้าเกินความจำเป็น และการสวมหน้ากากไปเที่ยวงานรื่นเริงประจำปีเพื่อเอาใจพี่ชาย วันที่ 25 พฤษภาคม 1671 เธอได้เข้าคอนแวนท์ของคณะแม่พระเสด็จเยี่ยมที่เมืองปาเรย์ และได้รับการทดสอบพระกระแสเรียกอย่างรุนแรง ระหว่างเข้าเงียบ ก่อนถวายตัวตลอดชีวิตในวันที่ 6 พฤศจิกายน 1672 พระเยซูเจ้าได้เสด็จมาและตรัสกับเธอว่า "จงมองดูบาดแผลในสีข้างของเรา ที่ซึ่งจะเป็นที่พักพิงของเธอ บัดนี้และตลอดไป"

เธอเป็นคนที่บอบบาง ไม่แข็งแรง แต่มีพรสวรรค์แห่งสติปัญญาและวิจารญาณที่สุขุมรอบคอบ ในอารามเธอได้เลือกทุกสิ่งที่ขัดต่อความปรารถนาของเธอ ฉะนั้นการดำรงชีวิตของเธอต้องทุกข์ยากลำบากอย่างมหันต์ บ่อยๆ ครั้ง พระเยซูเจ้าได้ทรงช่วยบรรเทาทุกข์เธอ และรักษาเธอให้หายเจ็บป่วยในทันทีทันใด พระองค์ทรงเป็นจิตตาธิการของเธอ ประจักษ์ให้เธอเห็นอย่างสม่ำเสมอ และสนทนากับเธอ พระองค์ได้ประทานงานชิ้นหนึ่งแก่เธอ คือการเผยแพร่ความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเหล่านี้ทำมาให้เธอซึ่งการวิพากวิจารณ์จากนักบวชในคณะเดียวกันอย่างเสียหาย และแม่อธิการได้สั่งให้เธอดำรงชีวิตอย่างธรรมดาเหมือนนักบวชทั่วๆ ไป

ในที่สุด ด้วยความนบนอบ ความสุภาพถ่อมตน และความเมตตากรุณาอย่างมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง ต่อผู้ที่เบียดเบียนเธอ เธอได้ชนะใจทุกคน และประสบความสำเร็จในงานที่พระเป็นเจ้าได้ทรงปรารถนาให้เธอทำ แม้แต่คนที่ต่อต้านเธออย่างหนักหน่วงที่สุดยังยอมรับงานของเธอเกี่ยวกับการเผยแพร่ความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์

เธอได้รับคำสั่งให้ทำงานในห้องพยาบาล เนื่องจากเธอเป็นคนที่ทำอะไรไม่รวดเร็วทันใจ เพราะความสุขุมรอบคอบของเธอ เธอต้องทุกข์ทรมานอย่างมหันต์ ภายใต้การบริหารงานของซิสเตอร์แคธเธอรีน มาเรส ผู้ซึ่งเป็นคนที่ว่องไว และตัดสินใจอย่างฉับพลัน

วันที่ 27 ธันวาคม 1673 เป็นวันฉลองนักบุญยอห์นผู้ประพันธ์พระวรสาร ขณะที่เธอกำลังคุกเข่าสวดต่อหน้าศีลมหาสนิท เธอได้เห็นพระเยซูเจ้าประจักษ์มาตรัสว่า ให้เธอนั่งแทนที่นักบุญยอห์นที่โต๊ะรับประทานอาหารค่ำมื้อสุดท้าย เธอจะเป็นเครื่องมือของพระองค์ พระเยซูเจ้าได้เผยว่า พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์เป็นสัญลักษณ์แห่งการไถ่บาป ความศักดิ์สิทธิ์ และความรักของพระองค์ต่อมนุษยชาติ

พระองค์ตรัสว่า "พระหฤทัยแห่งพระเทวภาพของเรา ช่างเร่าร้อนด้วยความรักต่อมนุษยชาติยิ่งนัก จนมันไม่สามารถบรรจุเปลวไฟในตัวเองได้อีกต่อไป เปลวไฟซึ่งเผาผลาญด้วยความเมตตากรุณา อันไม่มีขอบเขตของพระเป็นเจ้าได้พุ่งออกมา และจะต้องแผ่กระจายออกไปทั่วผืนโลก โดยอาศัยลูกเป็นสื่อ" แล้วคล้ายกับว่าพระองค์ได้เอาดวงใจของเธอออกมาวางไว้ข้างๆ พระหฤทัยของพระองค์ และใส่คืนกลับเข้าไปในทรวงอกของเธอ เผาผลาญอย่างเร่าร้อน ด้วยความรักเหลือล้นของพระเป็นเจ้า

ต่อมา ประมาณปีครึ่ง เธอได้เห็นภาพประจักษ์อีกสามครั้ง พระองค์ได้ขอร้องให้เธอเผยแพร่ความศรัทธา ที่รู้จักกันทั่วโลกว่า การทำศุกร์ต้นเดือนเก้าครั้งหรือมากกว่านั้น และชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์ ในการประจักษ์ครั้งสุดท้าย พระองค์ได้เรียกร้องให้พระศาสนจักรสถาปนาวันชดเชยบาปในวันศุกร์ หลังวันฉลองพระคริสตกายา

พระคริสตเจ้าได้ดลใจมาร์กาเรตให้เผยแพร่ "ชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์" และการสวดภาวนาโดยนอบราบใบหน้าจดพื้น จากเวลาสิบเอ็ดโมงกลางคืนจนถึงเที่ยงคืน ก่อนวันศุกร์ต้นเดือนทุกๆ เดือน เพื่อมีส่วนร่วมในความเศร้าระทมขมขื่น ซึ่งเกือบนำความตายมาให้พระองค์ เพราะพระองค์ถูกอัครสาวกทอดทิ้งในพระมหาทรมานของพระองค์

พระปรีชาญาณของพระเป็นเจ้าได้บอกเธอว่า: "จงอย่าทำสิ่งใด โดยไม่ได้รับอนุมัติจากผู้ใหญ่หรือผู้ให้คำแนะนำแก่ลูก เพื่อว่า โดยฤทธิ์กุศลแห่งความนบนอบ ลูกจะได้ไม่หลงกลอุบายของซาตาน ผู้ซึ่งไม่มีฤทธิ์อำนาจเหนือคนที่มีความนบนอบ"

เธอได้บอกแม่อธิการ เดอะ ซอไมซีถึงการประจักษ์ เธอจึงถูกตำหนิ และถูกห้ามทำกิจศรัทธาต่างๆ ที่พระเป็นเจ้าได้ขอร้องให้เธอช่วยเผยแพร่ ด้วยความเครียดหนักเธอล้มป่วยลง และแม่อธิการ ผู้ซึ่งเสาะหาสัญลักษณ์จากเบื้องบนสำหรับการตัดสินใจ ได้สัญญาว่าท่านจะเชื่อการประจักษ์ถ้ามาร์กาเรต มารีย์หายป่วย เธอได้สวดภาวนาอ้อนวอน ขอความช่วยเหลือจากพระเป็นเจ้า และหายป่วย คุณแม่อธิการก็ได้รักษาคำสัญญาของท่าน

นักบวชกลุ่มหนึ่งในคอนแวนท์ไม่เชื่อการประจักษ์ที่เธอได้เล่าให้ฟัง โดยเฉพาะ ในปี 1677 เธอได้บอกเขาทั้งหลายว่า พระเยซูเจ้าได้ทรงถามเธอสองหนว่า เธอยินดีที่จะเป็นเครื่องมือของพระองค์ ในการชดเชยความบกพร่องของเขาทั้งหลายไหม? แม่อธิการได้สั่งมาร์กาเรต มารีย์เล่าประสบการณ์การประจักษ์ให้ผู้เชี่ยวชาญทางเทวศาสตร์ฟัง เขาทั้งหลายได้พิจารณาลงความเห็นว่าเป็นเรื่องเหลวไหล ไม่มีมูลความจริง และแนะนำเธอให้ทานอาหารมากๆ

ในปี 1683 การต่อต้านเธอได้จบลงเมื่อซิสเตอร์มีลินได้รับเลือกเป็นแม่อธิการ และท่านได้แต่งตั้งมาร์กาเรต มารีย์เป็นผู้ช่วย ต่อมาเธอได้เป็นนวกจารย์ดูแลนักบวชใหม่ และได้เห็นคอนแวนท์ฉลองวันพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ อย่างไม่เป็นทางการ เริ่มต้นในปี 1686 ในไม่ช้าการฉลองนี้ได้แพร่หลายไปสู่อารามแห่งอื่นของคณะแม่พระเสด็จเยี่ยม

ในวาระสุดท้ายมาร์กาเรตได้เจ็บหนัก ปฏิเสธไม่ยอมรับการบรรเทาใดๆ ทั้งสิ้น และสวดบทนี้ ซ้ำแล้วซ้ำอีก: "สิ่งที่ข้าพเจ้าอยากได้ในสวรรค์ และสิ่งที่ข้าพเจ้าปรารถนาบนแผ่นดินนี้ คือ พระองค์เท่านั้น พระเป็นเจ้าของข้าพเจ้า" และหมดลมหายใจ โดยออกพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้าเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 1690 ที่เมืองปาเรย์-ลี-โมนีแอล พระศาสนจักรได้ตรวจสอบงานที่พระได้มอบให้เธอทำและคุณความดีของเธอเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน ความประพฤติ สิ่งที่เปิดเผย หลักธรรม และคำสั่งสอนเกี่ยวกับความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของเธอ ถูกพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ยิบ และในที่สุด สมณะกระทรวงว่าด้วยจารีตพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ได้ลงความเห็นว่า เธอเป็นผู้รับใช้พระเป็นเจ้าที่เปี่ยมด้วยฤทธิ์กุศลอันล้ำเลิศ

ในเดือนมีนาคม 1824 พระสันตะปาปาเลโอที่ 12 ได้ประกาศให้มาร์กาเรต มารีย์ เป็นผู้ควรแก่การเคารพ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 1864 พระสันตะปาปาปิโอที่ 9 ได้แต่งตั้งเธอเป็นบุญราศี ในปี 1920 พระสันตะปาปาเบเนดิกที่ 15 ได้สถาปนาเธอเป็นนักบุญ ในเดือนกรกฎาคม 1830 เมื่อเจ้าหน้าที่ทางศาสนาได้เปิดหลุมฝังศพของเธอเพื่อตรวจสอบเป็นทางการ คนได้หายป่วยอย่างมหัศจรรย์สองราย ร่ายกายของเธอนอนอยู่ใต้แท่นภายในวัดที่เมืองปาเรย์ ตราบจนทุกวันนี้ นักแสวงบุญมากมายจากทุกมุมโลกได้มาวิงวอนขอความช่วยเหลือจากเธอ เราฉลองเธอในวันที่ 17 ตุลาคม

พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า ทรงเมตตาเทอญ

ให้เราภาวนา ข้าแต่พระเป็นเจ้า โดยคำเสนอวิงวอนของนักบุญมาร์กาเรต มารีย์ โปรดประทานพระหรรษทานให้เราเร่าร้อน ด้วยความรักและความศรัทธาต่อพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรของพระองค์ ให้เราขยันหมั่นเพียรในการทำศุกร์ต้นเดือนทุกๆ เดือน และการเผยแพร่ความศรัทธานี้ในหมู่คริสตชน และให้เรารักการชดเชยบาป การสวดภาวนา การพลีกรรม การแก้บาปรับศีล และการเฝ้าศีลมหาสนิท อาแมน

คำภาวนารุ่งอรุณ

พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า
พระองค์ คือ แหล่งกำเนิดพระหรรษทาน และพระพรทุกประการ
ข้าพเจ้าบูชาพระองค์ รักพระองค์
และถวายคำภาวนา การงาน ความยินดี และความทุกข์ยากในวันนี้แด่พระองค์
โปรดช่วยข้าพเจ้าเป็นคนสุภาพ อดทน บริสุทธิ์ใจ และนบนอบน้ำพระทัยของพระองค์
โปรดพิทักษ์รักษาข้าพเจ้าให้พ้นภัยอันตรายทุกชนิด
โปรดประทานสุขภาพที่ดี ทั้งกายและใจ แก่ข้าพเจ้า
ขอให้ ความรักและสันติสุขของพระองค์ สถิตกับข้าพเจ้าสมอไป
อาแมน

สวดบทเร้าวิงวอนนี้ หลังรับศีลมหาสนิท

โอ้ พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า ขอให้ทั้งโลกเร่าร้อนด้วยความรักต่อพระองค์

 

หน้ารัง | เสริมศรัทธา | แนะนำเพื่อนอ่าน

Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000