issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : เสริมศรัทธา : ประวัตินักบุญ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | เสริมศรัทธา

ประวัตินักบุญ
นักบุญ อะลอยซิอุส กอนซากา

องค์อุปถัมภ์เด็กนักเรียนวัยรุ่น เยาวชนคาทอลิก คนป่วยด้วยโรคระบาด
ฉลองวันที่ 21 มิถุนายน

Aloysius นักบุญอะลอยซิอุส กอนซากา เป็นลูกชายคนโต เกิดในครอบครัวผู้ดีมีตระกูล เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 1568 ใกล้แมนตัวในเมืองลอมบาร์ดี เมื่อเขามีอายุพอรู้ความ ก็ถูกส่งไปที่เมดีซีส์ในเมืองฟโลเลนส์ เพื่อเรียนรู้ชีวิตในวัง เอือมระอากับเล่ห์เหลี่ยมลับลมคมใน การวางยาพิษ และการแสวงหาความสนุกสนานทางเนื้อหนัง เขาได้ปลีกตัวออกมา ไม่คบหาสมาคมกับผู้ใด และได้สัญญากับพระเป็นเจ้า จะถือความบริสุทธิ์เสมอไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นไปเขาไม่เคยมองใบหน้าของผู้หญิงอีกเลย แม้แต่แม่ของเขาเอง

ตั้งแต่เป็นเด็ก เขาได้รับการอบรมสั่งสอนจากมารดาในเรื่องความศรัทธา เมื่ออายุ 12 ปีเขาได้อ่านประมวลบทข้อความเชื่อของคริสตชน โดยนักบุญเปโตร แคนนิซิอุส และได้รับศีลมหาสนิทครั้งแรกจากนักบุญชาร์ล โบโรมีโอแห่งมิลาน เมื่อเขาตัดสินใจศึกษาเล่าเรียนในคณะเยซูอิท ในตอนแรกบิดาไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ในที่สุดได้ยินยอมหลังจากอะลอยซิอุสได้ตัดสินใจแน่วแน่เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม เขาได้ยกทรัพย์สินมรดกที่เป็นส่วนของเขาแก่น้องชาย แล้วต่อมาเขาได้เป็นโรคไตอักเสบ ซึ่งนำความเจ็บปวดทรมานมาให้เขาตลอดชีวิต ก็เลยได้ข้อแก้ตัวในการใช้เวลาสำหรับสวดภาวนาและอ่านประวัตินักบุญแต่งโดยซูริอุส เขาเริ่มฝึกฝนการพลีกรรม ถือศีลอดอาหารวันเว้นวัน รับประทานเพียงขนมปังและน้ำเปล่าเท่านั้น เฆี่ยนตัวเองด้วยแส้ตีสุนัข ขณะสวดภาวนาในฤดูหนาว เขาไม่ยอมก่อไฟในเตาผิง

เขาได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับนักแพร่ธรรมคณะเยซูอิทในประเทศอินเดีย และเตรียมตัวเป็นนักบวชแพร่ธรรมเยซูอิทตั้งแต่อายุ 12 ปี ระหว่างพักร้อนในเมืองแคสทิกเลี่ยนเขาได้สอนคำสอนให้กับเด็กชายยากจนกลุ่มหนึ่ง

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 1585 เขาได้เข้าศึกษาในบ้านเณรของคณะเยซูอิทที่เมืองเซ็นต์แอนเดรีย เขาเป็นเณรที่มีความประพฤติดีเลิศ นักบวชเยซูอิทรู้ว่า เขามีสุขภาพบอบบาง ไม่แข็งแรง จึงได้ขอร้องให้เขาลดการพลีกรรม เขาจะต้องพักผ่อนหย่อนใจ รับประทานอาหารเพิ่มขึ้น และห้ามสวดภาวนานอกเหนือจากเวลาที่ได้กำหนดไว้ คณะเยซูอิทได้ส่งเขาไปเรียนหนังสือที่เมืองมิลาน ที่ซึ่งเขาได้รับการเปิดเผยจากเบื้องบน ขณะสวดภาวนาในตอนเช้า ว่าเขาจะไม่มีชีวิตยืนนาน ดวงใจของเขาเปี่ยมด้วยความยินดี เนื่องจากสุขภาพทรุดโทรม เขาได้กลับมาที่กรุงโรม

ในปี 1587 เขาได้ถวายตัวอุทิศชีวิตแด่พระเป็นเจ้า ในปี 1591 ได้เกิดโรคระบาดในกรุงโรม คณะเยซูอิทได้เปิดโรงพยาบาลที่นั่น คุณพ่ออธิการและนักบวชอื่นๆได้พยาบาลคนที่ติดโรคร้ายนั้น อะลอยซิอุสได้เสนอตัวช่วยงานนี้และได้รับอนุมัติจากผู้ใหญ่ ลูกผู้ดีมีเกียรติได้อบรมสั่งสอน แนะนำ เช็ดตัว ปูเตียงให้คนไข้ และทำงานต่ำต้อยที่สุดในโรงพยาบาล ในที่สุดเขาได้ติดโรคระบาดจากคนไข้ แต่ได้ฟื้นไข้อย่างมหัศจรรย์หลังจากรับศีลเจิมคนป่วย

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา เขาได้ล้มป่วย มีไข้ตัวร้อนเป็นเวลานาน 3 เดือน และสุขภาพของเขาอ่อนกำลังลงไปเรื่อยๆ ถ้าเขาสามารถทำได้ เขาจะลุกขึ้นในตอนกลางคืน นมัสการข้างหน้าไม้กางเขน จูบรูปศักดิ์สิทธิ์ และคุกเข่าสวดภาวนา พยุงตัวระหว่างเตียงและกำแพง ด้วยความสุภาพถ่อมตนและความเร่าร้อน เขาได้ถามนักบุญ โรเบิร์ต เบลลามายน์ พระสงฆ์ผู้ฟังแก้บาป ว่า "เป็นไปได้ไหมที่คนขึ้นสวรรค์ โดยไม่ต้องผ่านไฟชำระ" ท่านเบลลามายน์ตอบว่า "เป็นไปได้" และการที่ท่านรู้จักอะลอยซิอุสเป็นอย่างดี ท่านได้ให้กำลังใจ เพื่อเขาจะได้รับพระหรรษทานนี้จากพระเป็นเจ้าด้วยความวางใจในพระองค์ ทันใดนั้นเขาได้เข้าภวังค์ตลอดทั้งคืน ในระหว่างนั้นเขาได้รับการดลใจว่า เขาจะหมดลมหายใจในวันที่แปดหลังวันฉลองพระคริสตกายา

ในวันที่แปด ดูเหมือนเขามีสุขภาพแข็งแรงขึ้น จนอาจารย์ผู้ปกครองได้พูดว่าจะส่งเขาไปที่แฟรสคาตี้ อย่างไรก็ตาม อะลอยซิอุสยืนยันว่าเขาจะสิ้นใจก่อนรุ่งอรุณ และได้รับศีลมหาสนิทจากคุณพ่อเบลลามายน์อีกครั้งหนึ่ง ในตอนเย็น ใครๆ คิดว่าเขาไม่ได้อยู่ในขีดอันตราย คนที่มาเฝ้าคนไข้ได้รับคำสั่งให้เข้านอน เหลือแค่ 2 หรือ 3 คนก็พอ แล้วคุณพ่อเบลลามายน์ได้สวดบทสำหรับผู้ที่กำลังจะสิ้นใจตามคำขอร้องของอะลอยซิอุส หลังจากนั้น เขาก็นอนนิ่งๆ ออกเสียงเป็นครั้งคราวว่า "ในพระหัตถ์ของพระองค์" ระหว่าง 10 และ 11 โมงเขาได้มีอาการเพียบหนัก และชีวิตของเขาค่อยๆ ดับลง ด้วยสายตาจ้องไปที่ไม้กางเขน เขาได้ออกพระนามของพระเยซูเจ้า และจากไปตอนเที่ยงคืนระหว่างวันที่ 20 และ 21 มิถุนายน 1591 อายุ 23 ปี

ในปี 1605 เขาได้เป็นบุญราศี ในปี 1726 พระสันตะปาปาเบเนดิกท์ที่ 12 ได้สถาปนาเขาเป็นนักบุญ และเป็นองค์อุปถัมภ์เด็กนักเรียนวัยรุ่น และพระสันตะปาปาปิโอที่ 11 ได้แต่งตั้งเขาเป็นองค์อุปถัมภ์เยาวชนคาทอลิก

นี่เป็นจดหมายที่นักบุญอะลอยซิอุสได้เขียนถึงมารดา:

"ขอให้ความบรรเทาใจและพระหรรษทานของพระจิตเจ้าสถิตกับคุณแม่ ผู้มีพระคุณต่อลูก ลูกได้รับจดหมายของคุณแม่ในขณะที่ลูกติดอยู่ในดินแดนของผู้ตาย บัดนี้ลูกต้องปลุกตัวเองให้ตื่นเพื่อจะได้เดินบนทางตรงไปเมืองสวรรค์ และจะได้สรรเสริญพระเป็นเจ้าชั่วนิรันดรในดินแดนของผู้เป็น ก่อนหน้านี้ ลูกเคยหวังว่าการเดินทางของลูกไปที่แห่งนั้นได้สิ้นสุดลง ถ้าความเมตตากรุณา ตามที่นักบุญเปาโลพูด หมายความว่า "ร้องไห้กับคนที่ร้องไห้ และยินดีกับคนที่สุขใจ" คุณแม่ที่รักยิ่งของลูกจะปิติยินดีที่พระเป็นเจ้า โดยพระหรรษทานและความรักของพระองค์ต่อคุณแม่ ได้แสดงให้ลูกเห็นหนทางที่มุ่งไปสู่ความสุขแท้จริง และลูกจะไม่มีวันสูญเสียพระองค์อีกต่อไป

คุณแม่ผู้มีพระคุณต่อลูก จงเอาใจใส่ เหนือสิ่งอื่นใด อย่ามองข้ามความเมตตากรุณาอันไม่มีความขอบเขตของพระเป็นเจ้า คุณแม่จะกระทำสิ่งนี้ ถ้าคุณแม่เศร้าโศกเสียใจที่ผู้ตายได้จากไปอยู่กับพระเป็นเจ้า แลเห็นพระพักตร์ของพระองค์ ผู้ตายที่สามารถสวดภาวนา ช่วยคุณแม่ได้ในเวลาตกระกำลำบาก มากกว่าตอนที่เขายังมีชีวิตในโลก การจากกันของเราแม่ลูกจะไม่นาน เราจะได้พบกันใหม่ในสวรรค์ เราจะรวมกันในองค์พระมหาไถ่ ที่นั่นเราจะสรรเสริญพระองค์ด้วยดวงใจและวิญญาณ ร้องเพลงสาธุการพระเมตตาของพระองค์ตลอดไป และมีความสุขชั่วนิรันดร"

ให้เราภาวนา: ข้าแต่พระเป็นเจ้า โดยคำเสนอวิงวอนของนักบุญอะลอยซิอุส โปรดประทานพระหรรษทานของพระองค์ให้เด็กนักเรียนวัยรุ่นและเยาวชนคาทอลิกเลียนแบบฤทธิ์กุศลของท่านนักบุญ โดยเฉพาะ การรักษาความบริสุทธิ์ของวิญญาณ การสวดภาวนาและรำพึง การทำพลีกรรม การชดเชยบาป และการรับใช้เพื่อนมนุษย์ ผู้ซึ่งไม่อาจช่วยตัวเองได้ ตามคำสั่งสอนของพระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรของพระองค์ พระมหาไถ่และพระอาจารย์ของเรา: "จงรักพระเป็นเจ้าเหนือสิ่งอื่นใด และจงรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเราเอง" อาแมน

นักบุญอะลอยซิอุส ช่วยวิงวอนเพื่อเด็กนักเรียนวัยรุ่นและเยาวชนคาทอลิกเทอญ

 

หน้ารัง | เสริมศรัทธา | แนะนำเพื่อนอ่าน

Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000