issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : เสริมศรัทธา : ประวัตินักบุญ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | เสริมศรัทธา

ประวัตินักบุญ
นักบุญ ยอห์น บัปติสท์

องค์อุปถัมภ์คนที่รับศีลล้างบาป
ฉลองวันที่ 24 มิถุนายน

John Baptist ท่านเป็นบุตรชายของซาคารีอา พระสงฆ์ประจำพระวิหารแห่งกรุงเยรูซาเล็ม และนักบุญเอลิซาเบธ ลูกพี่ลูกน้องของพระนางมารีอา ผู้ซึ่งได้เสด็จมาเยี่ยมเธอ ท่านเกิดที่เมืองเอ็น-คาริมทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเยรูซาเล็ม หลังจากเทวดาคาเบรียลได้บอกข่าวให้ซาคารีอาทราบว่า ภรรยาของเขาจะตั้งครรภ์ถึงแม้ว่าเธอจะมีอายุมากแล้วก็ตาม

ท่านได้ดำรงชีวิตเหมือนฤาษีในที่เปลี่ยวของเมืองยูเดอา จนกระทั่งปี 27 ก่อนคริสตกาล เมื่อท่านมีอายุ 30 ปีท่านได้เริ่มเทศนาบนฝั่งแม่น้ำจอร์แดนต่อต้านความชั่วร้ายในสมัยนั้น และชักชวนให้คนหันมาทำกิจใช้โทษบาปและรับศีลล้าง "เพราะพระราชัยของพระเป็นเจ้าอยู่ใกล้แค่เอื้อม" คำสั่งสอนของท่านได้ดึงดูดความสนใจของฝูงชน

เมื่อพระคริสตเจ้าได้เสด็จมาหา ยอห์นได้ยอมรับว่า พระองค์เป็นพระแมสสิยาห์ และได้โปรดศีลล้างให้พระองค์ ท่านได้พูดกับพระองค์ว่า "ความจริง ข้าพเจ้าต้องรับศีลล้างจากพระองค์" เมื่อพระคริสตเจ้าได้จากไปเพื่อเทศนาในเมืองกาลิลี ยอห์นได้เทศนาต่อไปในหุบเขาจอร์แดน

เมื่อยอห์นประณามการอภิเษกสมรสของเฮรอดอันติปัส ว่าเป็นการแต่งงานที่ไม่ถูกต้องตามพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า เนื่องจากพระองค์ได้เอาเฮโรเดียส ภรรยาของฟิลิปน้องชายมาเป็นมเหสี และด้วยความหวาดกลัวว่าท่านจะมีอิทธิพลเหนือประชาชนมากเกินไป เฮรอดได้สั่งให้ทหารจับกุม และขังท่านในป้อมปราการแมกคารัสบนฝั่งทะเลตาย

ยอห์นถูกตัดศีรษะ เนื่องจากซาโลเม่ ลูกสาวของเฮโรเดียส ได้ทูลขอศีรษะของท่านจากเฮรอดเป็นรางวัล ตามคำยุยงของมารดา เมื่อยอห์นเรียกพระคริสตเจ้าว่า "ลูกแกะพระเจ้า" ท่านได้ดลใจลูกศิษย์หลายคนมารู้จักพระองค์ โดยคำเทศนาของยอห์น แอนดรูและยอห์นได้ทิ้งท่านเพื่อติดตามพระคริสตเจ้า

ในพระคัมภีร์ใหม่ ยอห์นเป็นผู้ทำนายคนสุดท้ายของพระคัมภีร์เก่าและเป็นผู้นำหน้าพระมหาไถ่

เราฉลองนามนักบุญของท่านในวันที่ 24 มิถุนายน และเราฉลองวันที่ท่านถูกตัดศีรษะในวันที่ 29 สิงหาคม

นับบุญฟรังซิส เดอะ ซาลส์ ได้พูดถึงความสุภาพถ่อมตนของนักบุญยอหน์ บัปติสท์ ดังนี้ พวกคัมภีราจารย์ได้ส่งคนมาถามท่านว่า "คัมภีราจารย์ ฟารีเซวและคณะสงฆ์ได้ส่งเรามาบอกท่านว่า ทุกสิ่งได้สำเร็จตามคำทำนาย และถึงเวลาแล้วที่พระแมสสิยาห์จะเสด็จมา ความจริง ท่ามกลางพวกเรา มีหลายคนดำรงชีวิตอย่างดีและเจริญอยู่ในคุณความดี แต่เราต้องสารภาพว่า เราไม่เคยเห็นใครเหมือนท่าน เนื่องจากคำเทศนาของท่านนำความปีติยินดีมาสู่ดวงใจของเรา พูดง่ายๆ ก็คือ เราเชื่อว่าท่านเป็นพระแมสสิยาห์ที่พระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้กับบรรพบุรุษของเรา ถ้าท่านเป็นพระองค์ โปรดกรุณาอย่าปฏิเสธหรือปิดบังความจริงอีกต่อไป เพราะเรามาถวายเกียรติแด่ท่านตามที่ท่านสมควรได้รับ"

เห็นไหม เขาทั้งหลายหวังจะได้รับการคำตอบว่า ใช่ จากท่าน ถ้าท่านตอบว่า ใช่ เขาทั้งหลายจะยอมรับว่าท่านเป็นพระคริสตเจ้า แต่ท่านเป็นผู้ที่รักความจริง ท่านไม่ยอมปล่อยให้ความทะเยอทะยาน ครอบงำจิตใจของท่านเป็นอันขาด ถ้าท่านได้พูดว่า ท่านเป็นพระแมสสิยาห์ ท่านก็พูดจามุสา เป็นผู้ที่เชื่อถือไม่ได้ และไม่จงรักภักดีต่อพระเป็นเจ้า เพราะท่านไม่สมควรได้รับเกียรตินั้น แล้วเขาทั้งหลายถามท่านว่า

"ท่านเป็นใคร? ท่านไม่ใช่พระคริสตเจ้าหรือที่พวกเรารอคอย?" ท่านได้สารภาพว่าท่านไม่ใช่พระองค์ เขาทั้งหลายถามต่อว่า "ถ้าท่านไม่ใช่พระคริสต์ ท่านก็เป็นผู้ทำนายเอลียาห์" ท่านก็ตอบว่าท่านไม่ใช่เอลียาห์

ด้วยความประหลาดใจที่นักบุญได้ปฏิเสธ เขาทั้งหลายเลยตอบโต้ว่า "ถ้าท่านไม่ใช่พระคริสต์ ไม่ใช่เอลียาห์ หรือผู้ทำนาย ทำไมท่านจึงโปรดศีลล้าง? นอกจากนี้ ท่านยังมีลูกศิษย์มากมายและทำกิจมหัศจรรย์ต่างๆ"

ท่านนักบุญตอบว่า "ข้าพเจ้าเป็นเสียงที่ร้องในที่เปลี่ยว จงปรับทางให้เรียบเพื่อเตรียมตัวรับการเสด็จมาของพระเจ้า" (ยน. 1:22-23; อซ. 40:3) เราจะสังเกตุเห็นฤทธิ์กุศลแห่งความสุภาพของท่าน เขาทั้งหลายยิ่งถามท่าน ท่านก็ยิ่งสุภาพถ่อมตน แสดงความว่างเปล่าของท่าน

"ท่านถามข้าพเจ้าว่าทำไมข้าพเจ้าโปรดศีลน้ำ?" (มท. 3:11; ยน. 1:26) "ข้าพเจ้าล้างท่านด้วยน้ำเป็นการแสดงความเป็นทุกข์ถึงบาป แต่คนหนึ่งท่ามกลางพวกท่านผู้ซึ่งท่านไม่รู้จัก โดยศีลล้างบาป จะยกบาปของท่าน ท่านต้องการรู้ว่าข้าพเจ้าเป็นใคร ข้าพเจ้าบอกท่านว่า ข้าพเจ้าเป็นแค่เสียงร้อง คล้ายกับท่านพูดว่า "มนุษย์น่าสมเพช ท่านเข้าใจข้าพเจ้าผิดถนัด ท่านคิดว่าข้าพเจ้าเป็นพระแมสสิยาห์ เพราะข้าพเจ้าแต่งตัวไม่เหมือนใคร เครื่องแต่งกายของข้าพเจ้าทำด้วยขนอูฐ ข้าพเจ้าไม่ได้กินขนมปังหรือเนื้อสัตว์ และข้าพเจ้าเจริญชีวิตด้วยการกินตักแตนกับน้ำผึ้ง (มท. 3:4) ที่ผึ้งตัวเล็กนำมาให้ ข้าพเจ้าไม่ดื่มเหล้าองุ่น (ลก. 1:15) ข้าพเจ้าไม่มีบ้าน แต่อาศัยอยู่ในที่เปลี่ยวกับสัตว์ป่า ข้าพเจ้าอยู่บนฝั่งแม่น้ำจอร์แดนโปรดศีลน้ำและเทศนาให้คนใช้โทษบาป เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้ท่านเชื่อว่าข้าพเจ้าเป็นพระเมสไซอา บัดนี้ข้าพเจ้าบอกท่านว่าข้าพเจ้าไม่ใช่พระองค์ แต่เป็นเสียงของพระองค์ที่ร้องในที่เปลี่ยว"

ในการประกาศว่าท่านเป็นแค่เสียงร้อง ท่านก็ยิ่งถ่อมตน เพราะเสียงเป็นแค่ลมหายใจ ที่ดังออกมาในอากาศ แล้วก็อันตรธานหายไป ในการที่ท่านเป็นคนสุภาพถ่อมตน พระเป็นเจ้าได้ทรงยกท่านให้สูงขึ้น โดยประกาศว่า "ท่านคือผู้ทำนาย และยิ่งใหญ่กว่าผู้ทำนายเสียอีก" (มท. 11:9; ลก. 1:76; 7:26, 28) นอกเหนือจากนี้ พระองค์ได้เรียกท่านว่าเทวดา "เราจะส่งเทวดานำหน้าพระองค์เพื่อเตรียมทางของพระองค์" (มค. 3:1; มท. 11:10)
ลูกแกะพระเจ้า ผู้ยกบาปของโลก ทรงเมตตาเทอญ
ลูกแกะพระเจ้า ผู้ยกบาปของโลก ทรงเมตตาเทอญ
ลูกแกะพระเจ้า ผู้ยกบาปของโลก โปรดประทานสันติสุขเทอญ

ให้เราภาวนา: ข้าแต่พระเป็นเจ้า โดยคำเสนอวิงวอนของนักบุญยอห์น เดอะ บัปติสท์ โปรดประทานพระหรรษทานให้เราติดตามพระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรของพระองค์ พระอาจารย์ของเรา ให้เราเจริญชีวิตเหมือนท่านนักบุญในฤทธิ์กุศลแห่งความบริสุทธิ์ การทำพลีกรรม ความสุภาพถ่อมตน ความนบนอบ ความอดทน การถือพระบัญญัติของพระองค์ด้วยความยินดี และให้เราเตรียมตัวอย่างดีก่อนรับพระกายพระคริสตเจ้าในมิสซา อาแมน

 

หน้ารัง | เสริมศรัทธา | แนะนำเพื่อนอ่าน

Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000