| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : เสริมศรัทธา : ประวัตินักบุญ | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | เสริมศรัทธา | ||
องค์อุปถัมภ์คนใช้ และคนครัว ฉลองวันที่ 29 กรกฏาคม พระเยซูเจ้าเป็นแขกประจำบ้านของมาร์ธาที่เบธานี เป็นหมู่บ้านเล็กๆห่างจากเมืองเยรูซาเลม 2 ไมล์ เราได้อ่านถึงการเยี่ยมเยียนของพระองค์ 3 หนในพระวรสารนักบุญลูกา 10:38-42 และนักบุญยอห์น 11:1-53 & 12:1-9
เรารู้จักมาร์ธาเป็นอย่างดีในเรื่องที่นักบุญลูกาเล่าให้ฟัง เธอต้อนรับพระเยซูเจ้าและอัครสาวกในบ้านเธอ รีบเข้าครัวทำอาหารให้เขาทั้งหลายรับประทาน ในภาคตะวันออกกลาง การเป็นผู้มีน้ำใจโอบอ้อมอารีต่อเพื่อนมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญสุดยอด และมาร์ธาเชื่อมั่นในบุญกุศลนี้ เราลองวาดภาพในจิตใจของเรา เมื่อน้องสาวไม่ยอมเข้าครัวช่วยพี่สาว และนั่งฟังพระวาจาของพระเยซูเจ้า แทนที่จะพูดกับมารีย์เป็นการส่วนตัว มาร์ธาได้ขอร้องพระเยซูเจ้าช่วยพูดกับเธอ พระองค์ตอบสนองความปรารถนาของมาร์ธา ด้วยดวงพระหฤทัยที่ทรงเมตตาอย่างเหลือล้นและสุภาพอ่อนโยน ซึ่งบอกเราถึงความรักของพระองค์ต่อเธอ
พระองค์ทรงสังเกตเห็นว่า เธอได้เป็นห่วงกังวลถึงหลายสิ่งหลายอย่าง จนเธอพลัดพรากจากพระองค์ พระองค์เตือนเธอว่า มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่สำคัญอย่างแท้จริง คือ การฟังพระวาจาของพระเป็นเจ้า และน้องสาวมารีย์ได้ทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว การกระทำของมาร์ธาสะท้อนให้เรามองเห็นตัวเอง เราก็เป็นห่วงกังวลและหมกหมุ่นในทุกสิ่งของโลก จนเราลืมหาเวลาไปวัดเฝ้าพระเยซูเจ้า อย่างไรก็ตาม เรารู้สึกชื่นใจที่พระเยซูเจ้ายังคงรักมาร์ธาเหมือนเดิม
คำสั่งสอนของพระอาจารย์ได้ซึมซาบเข้าไปในจิตใจของมาร์ธา ขณะเธอกำลังเศร้าโศกเสียใจในการสูญเสียพี่ชายของเธอ และทั้งบ้านอยู่ในบรรยากาศแห่งการไว้ทุกข์ เธอได้ยินว่าพระเยซูเจ้าเพิ่งเสด็จมาในบริเวณนั้น ทันทีเธอลุกขึ้น ทิ้งความเศร้าโศกและแขกในบ้าน และรีบไปพบพระองค์
การสนทนาของมาร์ธากับพระเยซูเจ้าแสดงถึงความเชื่อและความกล้าหาญของเธอ ในการพบกันครั้งนี้ เธอได้พูดอย่างชัดเจนว่า เธอเชื่อถือพระฤทธานุภาพของพระเยซูคริสตเจ้า การกลับเป็นขึ้นมาของพระองค์ และเหนือสิ่งอื่นใด เธอเชื่อว่า พระเยซูเจ้าเป็นพระบุตรของพระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับเธอว่า พระองค์ คือ การกลับเป็นขึ้นมาและชีวิต แล้วพระองค์ได้ทำมหัศจรรย์ให้พี่ชายของเธอกลับคืนชีพจากความตาย ภาพสุดท้ายของมาร์ธาในพระคัมภีร์เป็นการสรุปว่า เธอคือใคร?
เวลาต่อมา พระเยซูเจ้าได้กลับมาที่หมู่บ้านเบธานี เพื่อรับประทานอาหารกับพระสหายของพระองค์ ในบ้านหลังนี้ มีคนที่ไม่ธรรมดาอยู่สามคน เราได้ยินแล้วว่า ลาซารัสเป็นต้นเหตุแห่งการตื่นเต้นตกใจของหมู่คนที่ได้เป็นพยานเห็นเขาฟื้นคืนชีพ และมารีย์เป็นต้นเหตุแห่งการเอะอะโวยวายของผู้คนที่รับประทานอาหารค่ำกับพระเยซูเจ้า โดยเจิมพระองค์ด้วยน้ำหอมราคาแพง แต่เราได้ยินเรื่องทั้งหมดของมาร์ธาในประโยคนี้
"มาร์ธาคือผู้รับใช้"
เธอไม่ได้เป็นจุดสนใจของคน เธอไม่มีอะไรที่จะโอ้อวดใคร ไม่มีมหัศจรรย์อะไรที่ได้เกิดขึ้นกับเธอ เธอเพียงแต่รับใช้พระเยซูเจ้า
เรารู้ไม่มากเกี่ยวกับมาร์ธาและชีวิตในบั้นปลายของเธอ ตำนานเล่าว่า หลังจากพระจิตเจ้าเสด็จลงมาแล้ว เธอได้ติดตามน้องสาวมารีย์ไปแพร่ธรรมที่ประเทศฝรั่งเศส
ให้เราเลียนแบบท่านนักบุญ
โดโรธี เดย์ ได้พูดว่า "ถ้าทุกคนเป็นคนศักดิ์สิทธิ์และมีรูปร่างงดงาม เป็นการง่ายที่เราจะมองเห็นองค์พระเยซูคริสตเจ้าในคนเหล่านั้น แต่นี่ไม่ใช่วิถีทางของพระองค์ จงถามตัวท่านเองอย่างตรงไปตรงมาว่า ท่านจะทำอย่างไร? ถ้าคนขอทานมาขออาหารที่ประตูบ้านของท่าน ท่านจะใส่อาหารให้เขาบนจานที่เก่าๆ มีรอยร้าว โดยคิดว่า แค่นี้ก็ดีพอแล้ว ท่านลองพิจารณาดูว่า จานเก่าที่มีรอยร้าวดีพอสำหรับแขกของมาร์ธาและมารีย์หรือไม่? การช่วยพระคริสตเจ้ามิได้เป็นหน้าที่ แต่เป็นพระพรพิเศษสุด" ท่านจะรับใช้พระคริสตเจ้าในผู้อื่นอย่างไร? อย่างไม่เต็มใจ หรืออย่างขอไปที ท่านจะไม่รับใช้คนเหล่านั้น โดยวิธีที่มาร์ธาได้รับใช้พระคริสตเจ้าหรือ? เธอได้รับใช้พระองค์ อย่างดีที่สุด สุดความสามารถของเธอ
ให้เราภาวนา:
ข้าแต่พระเป็นเจ้า โดยคำเสนอวิงวอนของนักบุญมาร์ธา โปรดให้เรามีความเชื่อในพระเยซูคริสตเจ้า หลังจากพระองค์ได้สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ได้กลับเป็นขึ้นมา ชนะบาปและความตาย พระองค์ทรงตรัสว่า: "จงแบกกางเขน ปฏิเสธตัวเอง และตามเรามา คนที่ตามเรามาจะไม่เดินในที่มืด แต่จะมีแสงสว่างแห่งชีวิต" ให้เรามองเห็นความสำคัญในการฟังพระวาจาของพระเป็นเจ้า เพราะพระวาจาของพระองค์ทรงชีวิต ให้เราเตรียมตัวเสมอที่จะปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์ ให้เรารักและรับใช้พระองค์ทุกวันสุดความสามารถของเรา โปรดประทานพระพรพิเศษแก่เรา เราจะได้มองเห็นพระคริสตเจ้าในผู้อื่น โดยเฉพาะคนที่ด้อยโอกาสในสังคม หรือ คนที่สังคมรังเกียจ และรับใช้คนเหล่านั้นเหมือนรับใช้พระองค์เอง ถึงแม้เรามีงานประจำวันมากมายที่จะต้องทำ ให้เราอุตส่าห์เจียดเวลาไปวัด เฝ้าพระเยซูคริสตเจ้าในศีลมหาสนิท หรือสวดบทรับศีลด้วยความปรารถนาเมื่อจิตใจเราเย็นเฉยต่อองค์พระเจ้า อาแมน |
|
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000