issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : เสริมศรัทธา : ประวัตินักบุญ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | เสริมศรัทธา

ประวัตินักบุญ
นักบุญ แมกซิมิลเลียน โกลบี

องค์อุปถัมภ์นักหนังสือพิมพ์ นักประพันธ์ คริสตชนที่ถวายตัวแด่พระนางพรหมจารีมารีอาแห่งการปฏิสนธินิรมลทิน พระสงฆ์ นักบวช และนักโทษที่ถูกคุมขัง
วันฉลองนักบุญ: วันที่ 14 สิงหาคม

Maxmillian เรมอนด์ โกลบี เกิดวันที่ 8 มกราคม 1894 ที่สดุนสก้า โวล่า ใกล้ลอดส์ ประเทศโปแลนด์ พ่อแม่เป็นฆราวาสนักบวช มีอาชีพเป็นช่างทอผ้า แต่ยากจน นางโกลบีเป็นคนสอนลูกๆ ให้รักพระนางมารีอาผู้ปฏิสนธินิรมลทินมากกว่าเธอ ในครอบครัวมีลูกชายทั้งหมดห้าคน สองคนได้เสียไปขณะยังเล็กอยู่ คนที่อายุแก่กว่าเรมอนด์ชื่อ ฟรังซิส และคนที่เล็กที่สุดชื่อ ยอเซฟ ผู้ซึ่งในภายหน้าได้เป็นพระสงฆ์ชื่อ คุณพ่อ อัลฟองส์ เป็นเพื่อนสนิทและผู้ร่วมงานของคุณพ่อแมกซี่มิลเลียน

ชีวิตในวัยเด็กของเรมอนด์ไม่แตกต่างไปกว่าเด็กอื่นๆ แม่ได้บอกว่า ในบรรดาลูกทั้งหมด เขาเป็นเด็กที่นบนอบที่สุด สุภาพเรียบร้อย อยู่ในโอวาทของพ่อแม่ แคล่วคล่องว่องไว มีไหวพริบดีและความคิดเห็นของตนเอง ครั้งหนึ่งด้วยความคะนอง เขาได้ทำให้แม่โกรธ เธอได้พูดกับเขาว่า "แม่ไม่รู้ว่าต่อไปภายหน้า เจ้าจะเป็นอะไร"

หลังจากเหตุการณ์นี้แล้ว เขาได้เปลี่ยนเป็นคนละคน จะหลบเข้าห้อง ซึ่งครอบครัวโกลบีได้ตั้งแท่นแม่พระ และสวดภาวนาเป็นเวลานาน แม่ได้สังเกตเห็นว่า เมื่อเขาออกจากห้อง ตาแดง นองไปด้วยน้ำตา เธอได้ถามเขาว่า "เรมอนด์ เจ้าเป็นอะไร ทำไมลูกร้องไห้เหมือนเด็กผู้หญิง" เขาก้มศีรษะ แสดงปฏิกิริยาไม่อยากตอบคำถาม เธอได้คะยั้นคะยอว่า "ลูกต้องบอกแม่ทุกสิ่ง ต้องเป็นเด็กที่นบนอบ" เขาตอบว่าเขาไม่มีเจตนาที่จะดื้อดึงต่อพ่อแม่ น้ำตาไหลอาบแก้ม ตัวสั่นเล็กน้อย เขาได้บอกแม่ว่า "เมื่อคุณแม่ได้พูดกับผมว่า แม่ไม่รู้ว่าต่อไปภายหน้าเจ้าจะเป็นอะไร คำพูดของคุณแม่ได้ทำให้ผมหดหู่ใจ ดังนั้นผมจึงไปถามพระนางพรหมจารีมารีอาว่า ต่อไปภายหน้าผมจะเป็นอะไร และในวัดผมได้ถามพระนางอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้พระนางได้ประจักษ์มา ถือมงกุฏสองอันในพระหัตถ์ อันหนึ่งสีขาว อีกอันหนึ่งสีแดง พระนางได้มองดูผมด้วยความอ่อนหวานน่ารักยิ่งนัก และถามผมว่า ผมจะเลือกอันไหน สีขาวหมายถึงความบริสุทธิ์ สีแดงหมายถึงการเป็นมรณะสักขี ผมได้ตอบพระนางพรหมจารีว่า "ลูกขอเลือกทั้งสองอัน" พระนางได้ยิ้มและอันตรธานหายไป"

ในปี 1907 แมกซี่มิลเลียนเข้าสามเณราลัยที่เมืองละวาว และเป็นนักบวชฟรังซิสกันในปี 1910 เขาไปศึกษาต่อที่กรุงโรมในปี 1919 และที่นั่นเขาได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ เมื่อหมอตรวจพบว่า เขาเป็นโรคทีบีหรือโรคปอด เขาต้องเดินทางกลับประเทศโปแลนด์เพื่อพักรักษาตัว และได้รับมอบหน้าที่เป็นอาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์พระศาสนจักร ที่บ้านเณร

ท่านเป็นพระสงฆ์นักบวชที่เคร่งครัด ได้แต่งกฎแห่งการดำรงชีวิตสำหรับใช้เอง และอ่านทบทวนบทนี้ทุกเดือน

1. ข้าพเจ้าจะต้องเป็นนักบุญ และเป็นนักบุญที่สำคัญองค์หนึ่ง
2. เพื่อพระสิริโรจนาแด่พระเป็นเจ้า ข้าพเจ้าจะต้องกอบกู้ตัวข้าพเจ้าเอง และวิญญาณทั้งมวล ในปัจจุบันและในอนาคต โดยอาศัยการสื่อสารแห่งการปฏิสนธินิรมลทิน
3. ข้าพเจ้าจะต้องหลีกเลี่ยงไม่ใช่แต่เพียงบาปหนัก แม้แต่บาปเบาข้าพเจ้าก็จะไม่ตั้งใจทำ
4. ข้าพเจ้าจะต้องไม่ปล่อยให้ความชั่วร้ายดำเนินไป โดยไม่มีการชดเชยหรือการทำลาย และจะต้องหมั่นทำความดี ที่เจริญเติบโตและผลิดอกออกผลอยู่เสมอ
5. ข้าพเจ้าจะต้องนบนอบน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า โดยอาศัยพระนางมารีอาแห่งการปฏิสนธินิรมลทิน ข้าพเจ้าเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งของพระนาง
6. ข้าพเจ้าจะต้องคิดแต่สิ่งที่ข้าพเจ้ากำลังทำอยู่ และจะไม่กังวลเรื่องอื่นใด
7. ข้าพเจ้าจะต้องรักษาระเบียบวินัย และระเบียบวินัยจะรักษาข้าพเจ้า
8. ข้าพเจ้าจะต้องดำรงอยู่ในสันติสุข และการมีน้ำใจโอบอ้อมอารี
9. ข้าพเจ้าจะต้องตระเตรียมงาน ปฏิบัติงาน และบรรลุผลงาน
10. ข้าพเจ้าจะต้องระลึกเสมอว่า ตัวข้าพเจ้าทั้งครบเป็นของพระนางมารีอาแห่งการปฏิสนธินิรมลทินแต่ผู้เดียวอย่างสิ้นเชิง โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าเป็นอยู่ ที่ข้าพเจ้ามีและอาจมี ความคิด วาจา การกระทำ และความรู้สึกโน้มเอียงที่ร้อนรนหรือเย็นเฉย เป็นของพระนางโดยสิ้นเชิง

ขอให้ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งตามพระประสงค์ของพระนาง

ในทำนองเดียวกัน อำเภอใจของข้าพเจ้าเป็นของพระนาง ซึ่งพระนางสามารถใช้ เปลี่ยนแปลง ปรับปรุงให้ดีขึ้น หรือทำใหม่ สุดแล้วแต่พระนาง เพราะพระนางทำอะไรไม่มีผิดพลาด

ข้าพเจ้าเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งในพระหัตถ์ของพระนาง เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจะต้องทำตามพระประสงค์ของพระนางเท่านั้น

ข้าพเจ้าจะต้องขอทุกสิ่งจากพระหัตถ์ของพระนาง วิงวอนพระนางเหมือนเด็กทารกในอ้อมกอดของแม่ และวางใจในพระนาง

ข้าพเจ้าจะต้องทำงานให้พระนาง เพื่อพระสิริโรจนาของพระนาง และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพระนาง

ข้าพเจ้าจะต้องไม่ถือว่าอะไรเป็นของข้าพเจ้าเอง ทุกสิ่งได้ถูกยกให้พระนางหมดแล้ว ผลงานทั้งสิ้นของข้าพเจ้า ขึ้นอยู่กับการเป็นหนึ่งเดียวกับพระนาง ผู้ซึ่งเป็นเครื่องมือแห่งพระเมตตาของพระเป็นเจ้า

ชีวิตของข้าพเจ้าทุกๆ วินาที ความตายของข้าพเจ้าไม่ว่าที่ไหน เมื่อไร และอย่างไร ชีวิตนิรันดรของข้าพเจ้า เป็นของพระนาง โอ้ พรหมจารีแห่งการปฏิสนธินิรมลทิน โปรดปฏิบัติต่อข้าพเจ้าอย่างที่พระนางทรงปรารถนาเทอญ

สำหรับข้าพเจ้า ทุกสิ่งเป็นไปได้ในพระองค์ ผู้เป็นองค์บรรเทาใจของข้าพเจ้า โดยอาศัยพระนางมารีอาแห่งการปฏิสนธินิรมลทิน

ชีวิตภายในขั้นแรกทั้งครบ ต้องเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของข้าพเจ้าเอง และขั้นต่อไป ในทำนองเดียวกัน ต้องเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของผู้อื่น

หลังจากได้รับปริญญาเอกทางเทวศาสตร์ แมกซี่มิลเลียนได้เผยแพร่ศาสนาโดยทางนิตยสาร "อัศวินแห่งการปฏิสนธินิรมลทิน" และได้ช่วยก่อตั้งคณะนักบวชชายประมาณ 800 คน ซึ่งเป็นคณะที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขาได้รับอนุมัติจากผู้ใหญ่ให้จัดทำหนังสือ โดยไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวในกระเป๋า พระสงฆ์ผู้น่าสงสารก็ไม่รู้ว่าจะไปหาเงินจากไหน อธิการเจ้าคณะก็ไม่มีเงินเช่นเดียวกัน ท่านได้ตำหนิคุณพ่อว่า "เห็นไหม นี่แหละ คือ ความใฝ่ฝันของคุณพ่อ ซึ่งเป็นงานที่ยากมากๆ ตอนนี้ทุกสิ่งก็ขึ้นอยู่กับคุณพ่อว่าจะแก้ใขสถานการณ์อย่างไร โดยไม่ให้กระทบกระเทือนชีวิตนักบวชของคุณพ่อ"

แต่คนที่ปล่อยตัวอยู่ในพระหัตถ์ของพระเป็นเจ้า อย่างแมกซี่มิลเลียน ก็จะได้รับความช่วยเหลือจากพระองค์ ในวัดนักบุญฟรังซิส เขาเดินไปที่แท่นแม่พระมหาทุกข์เจ็ดประการ คุกเข่า และบอกพระนางถึงความอัดอั้นตันใจของเขา ด้วยความวางใจ เขาได้สวดภาวนาเป็นเวลานาน ขณะที่เขากำลังจะออกจากวัด ตาเหลือบไปเห็นของชิ้นหนึ่งวางอยู่บนผ้าปูพระแท่น เขาคิดในใจว่าสิ่งนั้น คืออะไร เขาเดินเข้าไปดูใกล้ๆ แลเห็นซองจดหมายวางอยู่ และหยิบขึ้นมาอ่าน "สำหรับพระนาง โอ้ พระมารดาแห่งการปฏิสนธินิรมลทิน" เขาได้เปิดออก และพบเงินจำนวนที่เขาต้องการ สำหรับชำระหนี้โรงพิมพ์

แมกซี่มิลเลียนได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ที่นั่นเขาได้สร้างอารามของคณะฟรังซิสกันที่เมืองนางาซากิ หลังจากนั้น เขาได้ไปประเทศอินเดีย เพื่อเผยแพร่ความศรัทธาต่อแม่พระแห่งการปฏิสนธินิรมลทิน ในปี 1936 เขาได้กลับประเทศโปแลนด์เนื่องจากสุขภาพทรุดโทรม และได้รับเลือกเป็นอธิการเจ้าคณะดูแลนักบวชทั้งหมด 762 คน

เมื่อทหารเยอรมันบุกรุกประเทศโปแลนด์ในปี 1939 โกลบีได้ส่งภารดากลับบ้านเกือบหมด พร้อมกับเตือนว่า เขาทั้งหลายจะต้องไม่เข้าร่วมกับขบวนการใต้ดินที่ต่อต้านศัตรู ผู้ที่ยังอยู่เป็นนักบวชฝึกหัด ได้พ้นจากหน้าที่และกลับไปอยู่อาราม ซึ่งได้กลายเป็นค่ายหลบภัยของชาวโปแลนด์ 3,000 คนและชาวยิว 1,500 คน นักบวชที่เหลือก็ยังคงทำงานหนังสือพิมพ์ต่อไป วิพากษ์วิจารณ์การรุกรานของทหารเยอรมัน

ในปี 1940 นาซีได้ตั้งค่ายกักกันที่เมืองออสวีซิมทางภาคใต้ของประเทศโปแลนด์ชื่อ ออสชวิทส์ นักโทษเบอร์ 16670 พระสงฆ์ชาวคาทอลิกชื่อ แมกซี่มิลเลียน โกลบี ผู้ซึ่งปฏิเสธไม่ยอมเป็นพลเมืองของประเทศเยอรมัน ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1941 โดนข้อหาว่าเป็นนักหนังสือพิมพ์ ผู้พิมพ์จำหน่าย และปัญญาชน นายทหารเกสตาโปผู้ซึ่งได้จับกุมแมกซี่ มิลเลียนและภารดาอีกสี่คน รู้สึกพิศวงที่คณะนักบวช มีอาหารเพียงเล็กน้อยสำหรับรับประทาน ทั้งหมดถูกส่งไปค่ายกักกันออสวิทส์ในเดือนพฤษภาคม 1941

ในค่ายกักกันออสวิทส์พระสงฆ์ถูกสบประมาทอย่างหนักหน่วง ต้องหามของหนักๆ และถูกโบยตีเมื่อหมดแรงแบกไม่ไหว ครั้งหนึ่ง ผู้คุมจอมโหดได้เฆี่ยนคุณพ่อโกลบี 50 ครั้งด้วยแส้ตีม้า และปล่อยให้ตายในป่าไม้ ท่านนักบุญได้ฟื้นสติ มีพละกำลังกลับคืนมา และได้ให้กำลังใจแก่เพื่อนนักโทษต่อไป โดยย้ำว่าทุกสิ่ง แม้แต่ความทุกข์ทรมาน จะต้องสิ้นสุดลง และหนทางสู่พระสิริโรจนา คือ หนทางมหากางเขน

คุณพ่อโกลบีได้ทำงานเคลื่อนย้ายร่างกายของคนที่ถูกทรมาน ตลอดระยะเวลาที่ท่านอยู่ในค่ายกักกัน ท่านทำหน้าที่สงฆ์ ฟังแก้บาป ลักลอบนำเข้ามาขนมปังและเหล้าองุ่นสำหรับถวายมิสซา ท่านเป็นคนที่เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ ที่อยู่ในสภาพที่แย่ยิ่งกว่าท่าน

วันหนึ่ง นักโทษคนหนึ่งได้หลบหนีออกจากค่าย ซึ่งหมายความว่า ชายจำนวนหนึ่งจะต้องถูกเลือกเป็นแพะรับบาป ในการล้างแค้น ผู้คุมได้เลือกนักโทษชาย 10 คน เขาทั้งหลายจะต้องอดอาหารจนตาย นักโทษคนหนึ่งเป็นทหารชาวโปแลนด์ แต่งงานแล้วมีครอบครัว ชื่อ ฟรังซิส กาฮาวนิกเชค คุณพ่อโกลบีอายุ 47 ปีได้ขอร้องผู้บัญชาการค่ายกักกัน "ข้าพเจ้าเป็นพระสงฆ์คาทอลิก ข้าพเจ้าขอตายแทนชายคนนั้น ข้าพเจ้าแก่แล้วและไม่เป็นประโยชน์ต่อใคร เขามีภรรยาและลูก" คำขอร้องของท่านได้รับอนุมัติ "ไม่มีความรักอะไรยิ่งใหญ่กว่าความรักของคนที่พลีชีวิตเพื่อเพื่อน" (ยน 15:13)

แมกซี่มิลเลียนได้ปลอบใจทุกคนที่อยู่ในห้องมรณะเลขที่ 18 ขณะเขาทั้งหลายกำลังเตรียมตัวเผชิญความตายอย่างมีศักดิ์ศรี ด้วยการภาวนา การขับร้องเพลงสรรเสริญพระเป็นเจ้า และการเลียนแบบพระมหาทรมานของพระคริสตเจ้า สองอาทิตย์ต่อมา เหลือนักโทษ 4 คนที่ยังมีลมหายใจอยู่ และคพ.แมกซี่มิลเลียนคนเดียวเท่านั้นที่ยังมีสติ ผู้คุมทนเห็นสภาพของท่านไม่ได้ และได้ฉีดยาพิษเข้าเส้นเลือดให้ชีวิตของท่านจบสิ้นไป ท่านตายในศีลในพระพรของพระเป็นเจ้าเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 1941

ถึงแม้ว่าแมกซี่มิลเลียน โกลบี เป็นนักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ และนักหนังสือพิมพ์ศาสนาที่ปราดเปรื่อง คนส่วนมากระลึกถึงท่านในความเมตากรุณาของท่านต่อเพื่อนนักโทษ โกลบีเป็นนักบวชตัวอย่างของชาวโปแลนด์ และตัวแทนของวีรบุรุษหรือวีรสตรีมากมายแห่งค่ายกักกัน ที่ไม่มีใครรู้จัก

พระสันตะปาปาปอลที่ 6 ได้ประกาศให้ท่านเป็นบุญราศีในปี 1971 พระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ผู้ซึ่งเมื่อก่อนเป็นพระอัครสังฆราชแห่งกรุงคราคาวได้แต่งตั้งคุณพ่อโกลบีเป็นนักบุญในปี 1981 และทหาร ฟรังซิส กาฮาวนิกเชค ผู้ซึ่งท่านนักบุญได้สละชีวิตให้ ได้มาร่วมพิธีด้วยในฐานะเป็นสักขีพยาน

นักบุญแมกซี่มิลเลียน โกลบี ได้อธิบายได้อย่างไพเราะจับใจคำพูดของพระนางมารีอาที่ว่า: "เราคือการปฏิสนธินิรมลทิน"

เราต้องแสวงหาความรู้ เข้าใจความหมาย ที่เมืองลูดส์แม่พระทรงเรียกตัวเองว่า: "เราคือการปฏิสนธินิรมลทิน" พระนางไม่ได้บอกเราว่า พระนางได้ปฏิสนธินิรมลทิน แต่ว่า พระนางทั้งครบเป็นการปฏิสนธินิรมลทิน ถ้าเราพูดว่า สิ่งหนึ่งขาว เรายอมรับว่า สิ่งนั้นมีสีขาวอยู่จำนวนหนึ่ง และเวลาผ่านไปสามารถเปรอะเปื้อนได้ แต่เมื่อเราพูดว่า "โดยตัวของมันเอง สิ่งหนึ่งเป็นความขาว" เราเข้าใจว่า สิ่งนั้นต้องขาวอย่างถาวร จะไม่มีการเปลี่ยนสีอีกเลย จะไม่มีวันเปรอะเปื้อน และจะเป็นสีขาวอยู่วันยังค่ำ พระนางมารีอา ผู้ปฏิสนธินิรมลทินตลอดกาล จะไม่ตกอยู่ในอำนาจของซาตานเป็นอันขาด ตามที่พระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า "เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต" พระนางได้บอกเราว่า พระนางเป็นการปฏิสนธินิรมลทิน เราจะได้เข้าใจว่า ลำพังตัวเราเอง เราไม่สามารถมีการเกิดอย่างบริสุทธิ์ หรือความบริสุทธิ์ นอกจากเรามีส่วนร่วมในการปฏิสนธินิรมลทินของพระนางเท่านั้น . . . . .

ให้เราภาวนา: ข้าแต่พระเป็นเจ้า โดยคำวิงวอนของนักบุญแมกซี่มิลเลียน โกลบี โปรดประทานพระหรรษทานแก่เรา เราจะได้รักพระเป็นเจ้าเหนือสิ่งอื่นใด และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเราเอง เราจะได้ถวายตัวรับใช้ พระนางพรหมจารีมารีอาแห่งการปฏิสนธินิรมลอย่างสิ้นเชิง โดยการสวดลูกประคำอย่างศรัทธาทุกๆ วัน และการรำพึงถึงพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้าอย่างสม่ำเสมอ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ อาแมน

 

หน้ารัง | เสริมศรัทธา | แนะนำเพื่อนอ่าน

Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000