issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : เสริมศรัทธา : ประวัตินักบุญ "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | เสริมศรัทธา

ประวัตินักบุญ
นักบุญหลุยส์ มารี เดอ มงฟอร์ต

องค์อุปถัมภ์ของคริสตชนที่สวดลูกประคำอย่างศรัทธาถวายแด่พระมารดามารีอา
เกิดวันที่ 31 มกราคม 1673

Monfort บิดามารดาของหลุยส์เป็นคนจน ผู้ซึ่งต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวที่มีลูกทั้งหมดแปดคน เขาเป็นลูกชายคนโต ตามเหตุการณ์ เขาควรเรียนค้าขายเพื่อจะได้ช่วยส่งเสียน้องๆ เข้าโรงเรียน แม่ได้รับการดลใจจากเบื้องบนว่า เด็กคนนี้ต่อไปภายหน้าจะได้เป็นพระสงฆ์ โดยคำอ้อนวอนของครู แม่ได้อนุญาตให้เขาเล่าเรียนเป็นนักบวช มีคนใจบุญให้ทุนการศึกษาแก่เขา สมัยที่ยังเป็นเด็ก เขาได้ตั้งกลุ่มลูกประคำเทศน์ให้คนฟัง เล่าประวัตินักบุญ และเป็นหัวหน้านำเด็กๆ ในหมู่บ้านสวดลูกประคำพร้อมกัน

ในวัยเด็ก หลุยส์มีความศรัทธาต่อการเฝ้าศีล และชอบสวดภาวนาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ต่อหน้าศีลมหาสนิท เมื่ออายุครบ 12 ปี เขาได้เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเยซูอิทที่เมืองเรนนีส ก่อนเข้าเรียนหรือหลังเลิกเรียนแล้ว เขาต้องแวะเข้าวัดสวดภาวนาเสมอไม่เคยขาด เขาได้เข้าร่วมกับกลุ่มชายหนุ่ม ที่ในวันหยุดเรียนไปเยี่ยมคนจน หรือคนที่เป็นโรคเรื้อรังในโรงพยาบาล และอ่านหนังสือชวนศรัทธาให้เขาทั้งหลายฟังในเวลารับประทานอาหาร

หลุยส์ อายุ 19 ปี ได้เดินทางด้วยเท้าประมาณ 200 ไมล์ไปกรุงปารีส เพื่อศึกษาวิชาเทวศาสตร์ ระหว่างทาง เขาตากแดดตากฝน นอนบนฟางหญ้าและใต้สะพาน ช่วยเหลือคนจนด้วยเงินทุกบาททุกสตางค์ที่มีอยู่ แลกเปลี่ยนเสื้อผ้ากับเขาทั้งหลาย และได้ปฏิญาณตนที่จะเจริญชีวิตด้วยเงินบริจาคเท่านั้น เมื่อถึงกรุงปารีส เขาได้เข้าสามเณราลัยอนาถาที่ซึ่งนักเรียนขาดแคลนอาหาร เพราะฉะนั้น เขาจึงได้ป่วยหนัก ใกล้เวลารับศีลอนุกรม ผู้มีพระคุณได้งดส่งเงินทุนการศึกษาสำหรับเขา ดูเหมือน เขาจะต้องถูกส่งกลับบ้านแน่ แต่เขายังโชคดี พระสงฆ์องค์หนึ่งผู้ซึ่งมีใจเมตตากรุณาได้รับอุปการะเขาไว้

ในปี 1700 หลุยส์ได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์เมื่อมีอายุ 27 ปี หลังจากเขาได้ถวายมิสซาแรกที่วัดแม่พระแห่งนักบุญซัลปิส เขาได้รับมอบหมายเป็นพระสงฆ์ประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ปอยติเออร์ โรงพยาบาลแห่งนี้บริหารไม่ถูกหลัก และพนักงานทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำ เขาพยาบาลคนป่วยอย่างดีจนเป็นที่เคารพรักของเขาทั้งหลาย เมื่อเขาปรับปรุงการบริหารบุคาลากรใหม่ ผู้จัดการหลายคนขุ่นเคืองใจมาก ในที่สุดเขาจำใจต้องลาออกจากโรงพยาบาล

ในปี 1795 เมื่อหลุยส์มีอายุ 32 ปี เขาได้รับพระกระแสเรียกให้เป็นนักเทศน์ เป็นเวลา 17 ปีเขาได้เทศนาพระคัมภีร์ตามเมืองและหมู่บ้านต่างๆ นับไม่ถ้วน เขาเป็นนักพูดที่มีพรสวรรค์ เขาใช้ภาษาธรรมดาๆ แต่เต็มไปด้วยความร้อนรนและความรักต่อพระเป็นเจ้า ตลอดชีวิตเขาดำรงอยู่ในฤทธิ์กุศล ซึ่งคนในสมัยนั้นไม่อาจเข้าใจได้ การสวดภาวนาอย่างสม่ำเสมอ ความรักต่อคนจน การถือความยากจนชนิดที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน ความยินดีในความสุภาพถ่อมตนและการถูกเบียดเบียน

ตัวอย่างสองอันนี้แสดงถึงคุณงามความดีของหลุยส์ ครั้งหนึ่งเขาได้เทศนาให้กองทหารฟังที่เมืองลาโรเชล บทเทศน์ของเขาได้จับจิตจับใจทหารยิ่งนัก น้ำตาได้ไหลนองแก้ม เขาทั้งหลายได้ร้องไห้ขออภัยบาป ก่อนจบพิธีได้มีการแห่ นายทหารคนหนึ่งเดินเท้าเปล่า นำหน้าขบวนถือธง และกองทหารเดินตาม เท้าเปล่าเช่นเดียวกัน มือข้างหนึ่งถือไม้กางเขน อีกข้างหนึ่งถือสายประคำ ขับร้องเพลงสรรเสริญพระเป็นเจ้า เรื่องกัลวาริโอที่เมืองปอนชาโต้แสดงถึงความดีเหนือธรรมชาติของท่าน เมื่อท่านปรารถนาจะสร้างการเดินรูปสิบสี่ภาคบนเนินเขาใกล้ๆ บริเวณนั้น ความคิดของท่านได้รับการเห็นชอบจากคนแถวนั้นอย่างท่วมท้น ชาวนาประมาณสองร้อยถึงสี่ร้อยคนได้มาทำงานทุกวัน โดยไม่มีค่าแรงเป็นเวลาสิบห้าเดือน เมื่องานเสร็จเรียบร้อยพระราชาได้ออกคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้างทั้งหมด และปรับพื้นที่ผืนนั้นให้เหมือนเดิมทุกประการ พวกนับถือนิกายเจนเซ่นได้รับอนุมัติจากข้าหลวงแห่งเมืองบริแทนนิ ให้สร้างป้อมปราการบนเนินเขาลูกนั้นสำหรับต่อสู้กับพวกกบฏ ภายใต้การควบคุมของกองทหารเป็นเวลาหลายเดือน ชาวนาห้าร้อยคนถูกบังคับให้ทำลายสิ่งที่เขาทั้งหลายได้สร้างไว้เป็นอนุสรณ์ คุณพ่อเดอ มงฟอร์ตไม่สะทกสะท้านเมื่อท่านได้ทราบข่าวการรื้อถอน ท่านเพียงแต่อุทานว่า "จงสรรเสริญพระเป็นเจ้า"

หลุยส์อยากเป็นนักแพร่ธรรมในประเทศแคนนาดา แต่เขาได้รับคำแนะนำให้อยู่ในประเทศฝรั่งเศส เขาได้เดินทางทั่วภาคตะวันตกของประเทศ จากสังฆมลทลหนึ่งไปสู่อีกสังฆมลทลหนึ่ง จากวัดหนึ่งไปสู่อีกวัดหนึ่ง สั่งสอนอบรมคริสตชน เทศนา ช่วยเหลือคนจน ฟังแก้บาป จัดเข้าเงียบ เปิดโรงเรียน และบูรณะพระวิหาร งานของเขาได้บังเกิดผลอย่างมหัศจรรย์ เขาได้บอกว่า คนบาปทุกคนที่เขาสัมผัสด้วยสายประคำได้เป็นทุกข์ถึงบาป กลับใจ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในพระหรรษทานของพระเป็นเจ้า

เนื่องจากหลุยส์ได้รับการต่อต้านจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจทางศาสนาอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะพระสังฆราชประจำเมืองปอยติเออร์ ได้สั่งห้ามเขาเทศนาในสังฆมลทลของท่าน เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปกรุงโรมเพื่อขอเข้าเฝ้าพระสันตะปาปา เขาจะได้ถามพระองค์ว่า งานที่เขากำลังทำอยู่เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้าหรือเปล่า และเขาควรจะทำงานนั้นต่อไปหรือไม่ เขาได้เดินด้วยเท้า ระยะทางประมาณ 1000 ไมล์ ถึงกรุงโรม และยื่นเรื่องของเขาต่อพระสันตะปาปาเคลมเม้นท์ที่ 11 ให้ทรงตัดสินพระทัย พระองค์ได้บอกเขาให้ทำงานแพร่ธรรมต่อไป และแต่งตั้งเขาเป็นพระสงฆ์แพร่ธรรมโดยอนุมัติจากสำนักวาติกัน แต่พระองค์ได้ทรงแนะนำว่า เขาควรนบนอบเสมอๆ เจ้าหน้าที่ประจำแต่ละสังฆมลทล

หลุยส์ได้เริ่มเทศน์ที่เมืองบริแทนนิ และประสบความสำเร็จในการปลูกฝัง ความศรัทธาต่อพระนางพรหมจารีมารีอา ในคริสตชน โดยการสวดลูกประคำและรำพึงถึงภาคศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ทุกวัน ด้วยวิธีนี้เขาทั้งหลายยึดมั่นในความรักต่อพระเยซูเจ้าและแม่พระ และเกลียดปิศาจ อภิมหาศัตรูของพระนาง

พยานหลายคนได้ให้การต่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการแต่งตั้งหลุยส์เป็นนักบุญว่า เมื่อเขายังมีชีวิตอยู่ เขาทั้งหลายได้ยินบ่อยครั้ง การต่อสู้ของเขากับปิศาจ เสียงชกต่อยกัน และเสียงร่างกายของเขาถูกหวดด้วยแส้

หลุยส์ได้ก่อตั้งสองคณะนักบวช: คณะธิดาแห่งพระปรีชาญาณ ซึ่งเริ่มงานในปี 1703 พยาบาลคนจนที่เจ็บป่วยในโรงพยาบาลแห่งเมืองปอยติเออร์ที่ซึ่งท่านได้เป็นพระสงฆ์ชั่วคราว และสอนหนังสือให้กับเด็กหญิงยากจนจำนวนหนึ่งโดยไม่คิดค่าสอน คณะนักแพร่ธรรมแห่งพระนางมารีอา (พระสงฆ์และภารดามงฟอร์ต) เริ่มงานในปี 1715 และภารดาคณะเซนต์คาเบรียลผู้ซึ่งสอนหนังสือในโรงเรียนมีหลุยส์เป็นคุณพ่อจิตาธิการ

ก่อนหลุยส์สิ้นใจที่เมืองเซ็นต์-ลอเรนท์-เซอร์-เซเวียร์ ประเทศฝรั่งเศส เขาได้จูบไม้กางเขนและรูปปั้นพระมารดามารีอา และอุทานออกมา เหมือนพูดกับปิศาจ ว่า: "เจ้าได้โจมตีข้าไม่สำเร็จ ข้าอยู่ระหว่างพระเยซูเจ้าและพระนางมารีอา ข้าได้ทำงานของข้าสำเร็จแล้ว ทุกสิ่งได้จบลงแล้ว ข้าจะไม่ทำบาปอีกต่อไป" แล้วเขาก็หมดลมหายใจอย่างสงบสุขเมื่อวันที่ 28 เมษายน 1716

หลุยส์ได้เขียนหนังสือ: "ความศรัทธาอย่างแท้จริงต่อพระนางพรหมจารี (True Devotion to Mary)," ซึ่งเป็นที่นิยมอ่านกันมาก และเขาได้ทำนายว่าลูกสมุนของปิศาจจะซ่อนหนังสือเล่มนี้ เป็นความจริงตามคำทำนาย หนังสือได้ถูกซ่อนไว้ เกือบ 200 ปี ก่อนที่คริสตชนทั่วโลกจะมีโอกาสได้อ่าน นอกจากนี้ เขายังได้แต่งหนังสืออีกหลายเล่ม เช่น "ความลึกลับมหัศจรรย์แห่งการสวดลูกประคำ (The Secret of the Rosary)" และ "ความลับของพระนางมารีอา (The Secret of Mary)" ในระหว่างการดำเนินงานแต่งตั้งหลุยส์เป็นนักบุญ สำนักวาติกันได้ตรวจสอบหนังสือทั้งหมดที่เขาได้ประพันธ์ และประกาศว่า ไม่มีอะไรในหนังสือเหล่านี้ที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการเป็นนักบุญของเขา พระสันตะปาปาปิโอที่ 12 ได้แต่งตั้งเขาเป็นนักบุญในปี 1947

นักบุญหลุยส์ มารีย์ เดอะ มงฟอร์ตได้ยืนยันว่า การสวดลูกประคำอย่างศรัทธา พร้อมกับการรำพึงถึงภาคศักดิ์สิทธิ์ต่างๆก่อให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้

1. เราจะได้รับความรู้อย่างครบครันเกี่ยวกับพระเยซูคริสตเจ้า ฺ
2. วิญญาณของเราจะได้รับการซักฟอกให้สะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากมลทิน ฺ
3. เราจะได้รับชัยชนะต่อศัตรูของเรา ฺ
4. เราจะฝึกฝนฤทธิ์กุศลได้อย่างง่ายดาย ฺ
5. เราจะรักพระเยซูเจ้าด้วยความเร่าร้อน ฺ
6. เราจะอุดมด้วยพระหรรษทานและบุญกุศล ฺ
7. เราจะชดเชยบาปที่เราได้ทำผิดต่อพระเป็นเจ้าและเพื่อนมนุษย์ และได้รับพระหรรษทานทุกชนิดจากพระเป็นเจ้า ผู้ทรงสรรพานุภาพ

นักบุญหลุยส์ยังได้พูดว่า "ถ้าท่านสวดลูกประคำอย่างซื่อสัตย์ จนกระทั่งวันสุดท้าย ข้าพเจ้าขอสัญญาว่า ไม่ว่าท่านได้ทำบาปหนักแค่ไหนก็ตาม ท่านจะได้รับมงกุฎแห่งความรุ่งเรืองชั่วนิรันดร ถึงแม้ท่านอยู่บนขอบเหวแห่งความพินาศตลอดกาล ถึงแม้ขาข้างหนึ่งของท่านอยู่ในนรก ถึงแม้ท่านได้ขายวิญญาณให้ปิศาจเหมือนพวกหมอผีผู้มีฤทธิ์เดชแห่งความมืด และถึงแม้ท่านไม่มีความเชื่อในพระศาสนา และดื้อดึงเหมือนปิศาจ ในไม่ช้าท่านจะกลับใจ เปลี่ยนแปลงการดำรงชีวิตของท่านใหม่ และกอบกู้วิญญาณของท่าน ถ้าท่านสวดลูกประคำอย่างศรัทธาทุกๆ วัน จนกระทั่งวันสุดท้าย ด้วยจุดมุ่งหมายที่ต้องการแสวงหาความจริง การเป็นทุกข์ถึงบาปและการอภัยบาปของท่าน"

ข้อความต่อไปนี้ของนักบุญหลุยส์ มารีย์ เดอะมงฟอร์ต คัดมาจากหนังสือ: "ความลับของพระนางมารีอา"

"พระนางมารีอาเป็นเสียงสะท้อนของเราที่สรรเสริญองค์พระเจ้า เมื่อเราสวดว่า "วันทามารีอา" พระนางตอบว่า "ข้าแต่พระเป็นเจ้า" โดยคำทักทายของนักบุญเอลิซาเบธ เราเรียกพระนางว่า "ทรงบุญนักหนา" พระนางก็ถวายพระสิริโรจนาแด่องค์พระเจ้าสูงสุด"

"ในโลกนี้ คริสตชน ที่มีความสุขหนึ่งพันเท่า คือ ผู้ที่ได้รับการเปิดเผยจากพระนางมารีอาถึงความลับสุดยอดของพระนาง"

"บรรดาสิ่งทั้งมวลที่พระเป็นเจ้าได้ทรงสร้าง รวมทั้งนักบุญและเทวดาเชอรูบิมและเซราฟิมในเมืองสวรรค์ ไม่มีมนุษย์คนไหนและไม่มีมนุษย์อีกแล้ว ที่องค์พระเจ้าจะได้รับการถวายพระเกียรติสูงสุดอย่างในพระนางพรหมจารีมารีอา พระนางเป็นวิมานสวรรค์ของพระเป็นเจ้า และโลกที่ไม่ปริปากพูดของพระองค์"

"ปิศาจกลัวพระนางพรหมจารีมารีอา ยิ่งกว่า นักบุญทั้งหลายและเทวดาทั้งหมดในสวรรค์รวมกัน หมายความว่า ปิศาจกลัวแม่พระมากกว่าองค์พระเจ้าเสียอีก"

ให้เราภาวนา: ข้าแต่พระเป็นเจ้า โดยคำวิงวอนของนักบุญหลุยส์ มารีย์ เดอะ มงฟอร์ต โปรดให้คริสตชนมีความศรัทธาอย่างแท้จริงต่อพระนางพรหมจารีมารีอา พระมารดาของพระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรของพระองค์ เขาทั้งหลายจะได้มีความเพียรพยายามอย่างศักดิ์สิทธิ์ในการสวดลูกประคำทุกวัน จนกว่าชีวิตจะหาไม่ พร้อมกับการรำพึงถึงภาคยินดี ภาคมหาทรมาน และภาครุ่งเรือง อาแมน

 

หน้ารัง | เสริมศรัทธา | แนะนำเพื่อนอ่าน

Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000