| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : เสริมศรัทธา : ประวัตินักบุญ | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | เสริมศรัทธา | ||
ผู้ช่วยพระเยซูเจ้าแบกกางเขน นักบุญมัธทิวได้เขียนว่า ขณะขบวนแห่กำลังดำเนินไปตามถนน เพชฌฆาตได้บังคับชายคนหนึ่งชื่อ ไซมอน ช่วยพระเยซูเจ้าแบกไม้กางเขน (มท. 27:32)
ในพระวรสารของนักบุญลูกา ขณะเพชฌฆาตพาพระองค์ไปสู่หลักประหาร เขาทั้งหลายได้จับชายคนหนึ่งไว้ เขาชื่อ ไซมอน ชาวไซรีน ผู้ซึ่งได้เดินทางมาจากต่างจังหวัด หลังจากวางไม้กางเขนบนไหล่ของเขา เพชฌฆาตได้สั่งเขาแบกกางเขนเดินตามพระเยซูเจ้า (ลก. 23:26)
นักบุญมาร์โกได้บันทึกว่า เพชฌฆาตได้บังคับคนที่เดินอยู่บนถนน ชื่อไซมอน ชาวไซรีน มาช่วยพระเยซูเจ้าแบกไม้กางเขน เขาเพิ่งเดินทางมาจากต่างเมือง เขาเป็นบิดาของอเล็กแซนด้าและรูฟัส (มก. 15:21)
นี่เป็นเรื่องราวที่เราทราบเกี่ยวกับนักบุญองค์นี้จากผู้นิพนธ์พระวรสารสามท่าน ที่ได้กล่าวมาข้างต้น ไซมอนเพิ่งมาจากต่างถิ่น และคงเดินเข้าไปดูขบวนแห่ เพราะอยากรู้อยากเห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนมาชุมนุมกันมากมาย ส่งเสียงอึกทึกครึกโครม แล้วเขาถูกข่มขืนจิตใจให้ทำงานชิ้นหนึ่งซึ่งเขาไม่ต้องการทำ เป็นงานที่น่าอับอายขายหน้าอย่างที่สุด แบกไม้กางเขนให้นักโทษประหาร ไซมอนไม่รู้ว่ามหาโจรคนนี้ คือ พระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรองค์เดียวของพระเป็นเจ้า และพระมหาไถ่ของมนุษยชาติ พระองค์เป็นพระเป็นเจ้าแท้และมนุษย์แท้
บทที่สามสิบสามในหนังสือของผู้ควรแก่การเคารพ นักบวชหญิง อันนา แคธเธอรีน เอมมาลิก เกี่ยวกับพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า เธอได้เข้าภวังค์ เห็นพระมหาทรมานของพระองค์ในสมัยนั้น เธอได้บอกว่า: "ขบวนแห่ได้ดำเนินถึงทางเข้า เป็นรูปครึ่งวงกลมในกำแพงเก่าๆ ของเมือง อยู่ตรงข้ามกับสี่แยก ที่ซึ่งถนนสามสายมาบรรจบกัน ในขณะที่พระเยซูเจ้าสะดุดหินก้อนใหญ่ ซึ่งวางอยู่ตรงกลางทางเข้า ไม้กางเขนได้หลุดออกจากบ่าของพระองค์ พระองค์ล้มลงบนหินก้อนนั้น และไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นยืน หลายๆ คนผู้ซึ่งมีหน้าตาน่าเคารพนับถือ กำลังเดินไปที่พระวิหาร ได้หยุดและอุทานอย่างน่าสมเพชว่า "ดูชายผู้น่าสงสารคนนั้นสิ เขาหมดเรี่ยวแรงแล้ว เหมือนคนจวนจะสิ้นใจ" เพชฌฆาตมีใจเหี้ยมโหด ไม่มีความปราณีแม้แต่นิดเดียว
การหกล้มครั้งนี้ได้ทำให้ขบวนแห่ต้องหยุดชะงักลงและเกิดความล่าช้า เพราะพระองค์ลุกไม่ขึ้น และพวกฟารีเซวพูดกับทหารว่า "ถ้าท่านไม่หาใครมาช่วยเขาแบกกางเขน เขาคงไปไม่ถึงหลักประหารอย่างมีลมหายใจแน่ๆ"
ในขณะนั้นเอง ไซมอน ชาวไซรีน คนที่ไม่เชื่อถืออะไรเลย บังเอิญเดินผ่านมา พร้อมกับลูกชายสามคน เขาเป็นคนสวน กำลังแบกห่อใส่กิ่งไม้ที่ถูกตัดจากลำต้น เพิ่งกลับบ้าน หลังจากเสร็จงานในสวนแห่งหนึ่ง ใกล้กำแพงเมืองทางทิศตะวันออก ทหารเห็นการแต่งกายของเขา ก็เข้าใจว่าเขาเป็นคนที่ไม่มีศาสนา ได้จับกุมและบังคับเขาช่วยพระเยซูเจ้าแบกไม้กางเขน แรกๆ เขาไม่ยินยอม ในไม่ช้า เขาโดนบังคับให้นบนอบ ลูกๆ ของเขาตกใจ ร้องไห้เสียงดังลั่น แล้วสตรีกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาปลอบใจและช่วยดูแลเขาทั้งหลาย ไซมอนกระวนกระวายใจมาก และแสดงความอึดอัดใจออกมา อย่างเห็นได้ชัด ที่เขาจะต้องเดินกับชายผู้ซึ่งอยู่ในสภาพที่สกปรก เปรอะเปื้อน และน่าทุเรศที่สุด พระเยซูได้ร้องไห้ และมองดูไซมอนอย่างอ่อนโยน ด้วยสายตาแห่งพระหรรษทานจากเบื้องบน
แล้วเขาได้เกิดความเมตตากรุณาอย่างลึกซึ้งในดวงใจ ความไม่เต็มใจของเขาได้อันตรธานหายไป เขาได้พยุงพระองค์ลุกขึ้นยืน ทหารได้วางไม้กางเขนบนไหล่ของไซมอน และเขาเดินตามหลังพระเยซูเจ้า เป็นการแบ่งเบาภาระอันหนักมาก เกินพละกำลังของพระองค์ เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ขบวนแห่ก็เคลื่อนไปข้างหน้า ไซมอนเป็นคนท้วมๆ อายุประมาณสี่สิบเศษๆ ลูกชายของเขาแต่งตัวใส่เสื้อคลุมแขนยาว เนื้อผ้าเป็นลายสลับสี สองคนชื่อ รูฟัสและอเล็กแซนเดอร์ ในภายหลัง ได้เป็นสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้า สองสามปีให้หลัง คนที่สาม ผู้ซึ่งมีอายุน้อยกว่าพี่ๆ ได้ไปอาศัยอยู่กับนักบุญสตีเฟ่น ไซมอนไม่ได้ช่วยพระเยซูเจ้าแบกไม้กางเขนจนกว่าดวงใจของเขาเปี่ยมด้วยพระหรรษทานของพระเป็นเจ้า
ไซมอนประทับใจมากเมื่อนางเวโรนิกาได้แหวกฝูงชนและทหาร เข้าไปพบพระเยซูเจ้าขณะกำลังแบกไม้กางเขนและถวายผ้าเช็ดหน้าให้พระองค์เช็ดพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยด้วยน้ำลาย เหงื่อ และพระโลหิต
อีกครั้งหนึ่ง พระเยซูเจ้าได้หกล้ม เนื่องจากทางที่จะขึ้นไปยังภูเขากัลวาริโอขรุขระและชันขึ้นเรื่อยๆ เพชฌฆาตผู้ซึ่งมีจิตใจทารุณโหดร้ายได้โบยตีพระองค์อย่างไม่ปราณี ไซมอนได้เห็นการกระทำอันชั่วร้ายนี้ และพูดว่า: "ถ้าท่านไม่หยุดการกระทำอันป่าเถื่อนนี้ ฉันจะโยนไม้กางเขนทิ้ง และจะไม่แบกมันอีกต่อไป ฉันยอมตายดีกว่าให้ท่านทั้งหลายทารุณพระองค์มากกว่านี้"
นักบุญไซมอน กรุณาช่วยเรารักกางเขน ในชีวิตประจำวัน ที่พระเป็นเจ้าทรงประทานแก่เรา อาแมน
ให้เราภาวนา
ข้าแต่พระเป็นเจ้า โดยคำเสนวิงวอนของนักบุญไซมอน โปรดประทานพระหรรษทานแก่เรา เราจะได้รักองค์พระเยซูคริสตเจ้า พระมหาไถ่ของเรา สิ้นสุดจิตใจ สิ้นสุดวิญญาณ และสิ้นสุดกำลัง เราจะได้เพียรพยายามเดินรูปสิบสี่ภาคทุกวัน เพื่อชดเชยบาปของเรา และของคนบาปทั่วโลก และอุทิศให้กับวิญญาณในไฟชำระ และเราจะได้แบ่งเบาภาระของคนที่อยู่รอบๆ ตัวเรา เมื่อเราช่วยเพื่อนมนุษย์แบ่งเบาภาระของเขาทั้งหลาย เราก็ช่วยซับน้ำตาให้พระเยซูเจ้าและช่วยพระองค์แบกไม้กางเขน อาแมน |
|
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000