| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : คำสอนคาทอลิกคราวก่อน | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | คำสอนคาทอลิก | ||
พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ห้ามว่า "อย่าล่วงประเวณีผิดผัวเมียเขา" (อพย.20:14) ตามพระบัญญัติเดิมของโมเสส พระบัญญัติประการนี้มุ่งจะป้องกันชีวิตครอบครัวให้ราบรื่นตามแผนการของพระเป็นเจ้า ในตอนอื่นของพระคัมภีร์กล่าวถึงความผิดต่างๆที่เกี่ยวกับทางเพศด้วย ฉะนั้น พระบัญญัติที่ว่า "อย่าทำอุลามก" ย่อมครอบคลุมข้อห้ามต่างๆอันเกี่ยวกับเรื่องเพศและกินความกว้างกว่าความหมายเดิม การมีคู่สมรสคนเดียวตลอดชีวิต พระเป็นเจ้าทรงปรารถนาที่จะให้ชายและหญิง ต่างอุทิศตัวแก่กันและกันด้วยความรักตลอดชีวิต และให้เขายินดีรับเกียรติและพระคุณอันสูงส่ง คือการเป็นเอกภาพ หมายถึงความสนิทสัมพันธ์ที่พระคริสตเจ้ามีต่อพระศาสนจักร และทรงปรารถนาให้เขายินดีเป็นเครื่องหมายหรือ "ศีล" ที่ปรากฏแก่ตาของความสนิทสัมพันธ์ดังกล่าวนี้ การสมรสต้องมั่นคงถาวร ไม่มีวันเลิกร้างกันเพราะเหตุผล 2 ประการคือ - สำหรับผู้ที่ไม่เป็นคริสตชน ความสนิทสัมพันธ์กันของการสมรสเป็นภาพที่หมายถึงความสนิทสัมพันธ์ระหว่างพระเป็นเจ้ากับมวลมนุษย์ - สำหรับคริสตชน ยังเป็น "ศีลศักดิ์สิทธิ์" ที่จะกล่าวถึงในภายหลัง เราทราบว่า เป็นไปไม่ได้ที่พระคริสต์จะปฏิเสธการบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระองค์ หรือปฏิเสธความสนิทสัมพันธ์ของพระองค์กับพระศาสนจักร เพราะเหตุนั้นเอง คู่สมรสของคริสตชนจะเลิกร้างกันไม่ได้ คริสตชนผู้ซื่อสัตย์ต่อชีวิตของตน ย่อมเป็นรูปแบบของพระคริสตเจ้าบนไม้กางเขน เขาถือว่าความซื่อสัตย์มีคุณค่าสูงส่งกว่าประโยชน์ส่วนตัวหรือความสุขประสามนุษย์ แท้จริง ความรักเรียกร้องให้คู่สมรสอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต แต่ประสบการณ์ทางชีวิตบอกเราว่า เป็นอุดมการณ์ที่สูงส่งและยากที่จะถือตามได้ เพราะว่า คนมักแต่งงานโดยไม่เตรียมตัว และเขาไม่รู้จักกันอย่างแท้จริงมาก่อน ฉะนั้น การแต่งงานส่วนมากเป็นการเอาความเห็นแก่ตัวของสองคนมาบวกกัน เขาไม่เข้าใจว่า ความรักมิใช่ทุนทรัพย์ที่จะเกิดดอกออกผลกินไปตลอดชีวิต พระเยซูเจ้าได้ทรงประกาศว่า แม้สิ่งที่เรารู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ พระองค์จะทรงกระทำให้เป็นไปได้ พระองค์ได้ทรงสอนให้เรารักอย่างที่พระองค์ทรงรัก ให้อภัยอย่างที่พระองค์ได้ทรงให้อภัยให้เมตตาเยี่ยงพระบิดาทรงเมตตาลูก (ลก.6:36) ให้เรารักคู่สมรสอย่างที่พระคริสตเจ้าทรงรักพระศาสนจักร เราอาจจะได้สังเกตว่า เวลาที่พระเยซูเจ้าตรัสถึงการสมรสและการสมัครถือความยากจน พระองค์ทรงยืนยันว่าบางสิ่งเป็นไปไม่ได้สำหรับมนุษย์ แต่สำหรับพระเป็นเจ้าทุกสิ่งเป็นไปได้ ดังนั้น การแต่งงานแบบคริสตชนไม่มีวันหย่าร้างนั้น ไม่ได้เป็นส่วนเดียวของอุดมการณ์คริสตชน แต่ความยุติธรรม สันติภาพ การซื่อสัตย์ต่อคำมั่นสัญญา การพูดความจริง เป็นส่วนอื่นที่มีความสำคัญเท่ากัน ตามคำสอนของพระเยซู การแต่งงานต้องเป็นชายหนึ่งหญิงเดียวที่ถือว่าต่างเท่าเสมอกัน และเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เมื่อแต่งงานแล้วจะหย่าร้างกันไม่ได้เป็นอันขาดจนกว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะตายไป การหย่าร้างเป็นความผิดหนัก ในทางปฏิบัติ ผู้ที่หย่าร้างกันแล้วแต่มิได้แต่งงานอีก ในบางกรณี เช่น เป็นฝ่ายที่มิได้ขอหย่า หรือเมื่อหย่าแล้วรู้สึกสำนึกตัวในความผิด เขาจะรับศีลอภัยบาปและศีลมหาสนิทได้ แต่คนที่เมื่อหย่ากันแล้วไปมีคู่สมรสใหม่ คนนั้นไม่มีอนุญาตเข้าพิธีสมรสในโบสถ์ และรับศีลอภัยบาปและรับศีลมหาสนิทไม่ได้ เพราะเขาได้ไปอยู่กับคู่ใหม่ ทั้งๆที่ไม่ได้รับศีลสมรสต่อหน้าพระศาสนจักร ในกรณีนี้การรับศีลก็เป็นการโกหก
|
25 ธันวาคม 2543
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000