issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : คำสอนคาทอลิกคราวก่อน "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | คำสอนคาทอลิก
คำสอนคาทอลิกLesson
อย่าปลงใจในความอุลามก อย่ามักได้ทรัพย์ของเขา
คุณพ่อโรแบต์ กอสเต

เมื่อเราอยากเข้าใจพระบัญญัติประการนี้อย่างชัดเจนตามหลักจริยธรรม เราต้องแยกแยะความคิดซึ่งเป็นความปรารถนาธรรมดาที่เกิดขึ้นในความคิดของเรา จากความอยากหรือตัณหาที่ออกมาเป็นการกระทำ

พระเป็นเจ้าทรงเล็งดูที่ใจก็จริง แต่เป็นใจที่มีผลที่ออกมาจากการกระทำ พระเยซูจึงเคยตรัสว่า มิใช่คนที่ร้องหา "พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า" ที่พระองค์จะทรงสนพระทัย แต่ผู้ที่กระทำตามน้ำพระทัยของพระบิดา ฉะนั้น กิจกรรมที่เป็นผลซึ่งออกมาจากใจนั้นเองที่พระเป็นเจ้าทรงเพ่งเล็งดู

ตัณหา

ตัณหา มิใช่ความคิดเฉยๆ หรือความปรารถนาเฉยๆ แต่เป็นความปรารถนาที่มีการเริ่มปฏิบัติเพื่อจะได้สมตามความปรารถนานั้น หรือเป็นความปรารถนาที่มีความสุขล่วงหน้าในผลของความปรารถนาดังกล่าว เช่น ผู้ที่ครุ่นคิดจะล่วงประเวณีกับผู้หญิง

ตามพระคัมภีร์ ความอยากหรือตัณหา ไม่เพียงแต่หมายถึงความปรารถนาธรรมดาเท่านั้น แต่หมายถึงการหาทางเพื่อจะบรรลุผลสำเร็จตามที่ตนอยากได้นั้น

สำหรับพระเป็นเจ้า การคิดเป็นการกระทำ การปรารถนาเป็นปฏิบัติการ ระลึกถึงเป็นการรื้อฟื้นพระหรรษทานที่ได้ประทานมาในอดีต

พระบัญญัติข้อนี้ก็เช่นเดียวกัน ดังนั้น ไม่เพียงแต่หมายถึงความคิดอันไม่ดีที่บังเกิดขึ้นในสมองหรือความปรารถนาที่ไร้ผล แต่หมายถึงความปรารถนาชนิดที่มีการตัดสินใจที่กระทำตาม คือ ความปรารถนาที่จะตกลงใจลงมือทำตาม หรือกำลังหาอุบายเพื่อจะได้สิ่งที่ตนต้องการ การแยกแยะความปรารถนาสองชนิดนี้สำคัญมาก มิฉะนั้นแล้วเราจะเห็นอะไรเป็นบาปไปหมด

ในการมีทรัพย์สินเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัว พอสรุปคำสอนคริสตชนได้ดังต่อไปนี้

ก) มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์เป็นเจ้าของทรัพย์สินของตน
ข) เจ้าของไม่มีสิทธิ์ขาดในสิ่งที่ตนเป็นเจ้าของ ในกรณีจำเป็น
สังคมหรือผู้อื่นมีสิทธิ์จะรับประโยชน์จากสิ่งของที่อยู่ในกรรมสิทธิ์ของคนใดคนหนึ่ง
ค) ในกรณีขัดสนมากที่สุด ไม่มีทางอื่นเพื่อประทังชีวิต คนจนมีสิทธิ์เอาของของคนที่มั่งมีเท่าที่จำเป็นโดยไม่มีความผิด
 

 

หน้ารัง | คำสอนคาทอลิก | แนะนำเพื่อนอ่าน

31 มกราคม 2001
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2001