| เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : คำสอนคาทอลิกคราวก่อน | "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32) | |
| หน้ารัง | คำสอนคาทอลิก | ||
ไฟชำระ เมื่อมนุษย์เผชิญกับความตาย ที่เป็นปัญหาอันลึกลับสำหรับตน มีหลายคนรู้สึกว่าตนมีมลทินอยู่ และต้องการรับการชำระตัวให้สะอาด เพราะเหตุนั้น ในหลายศาสนามีการทำบุญ การบวงสรวง มีคาถาพิธีภาวนาอ้อนวอนเทพเจ้า ส่วนผู้ที่ยังมีชีวิตก็พยายามชำระจิตใจด้วยการบำเพ็ญตบะ ตั้งสมาธิ วิปัสสนา เป็นการเตรียมตัวเผชิญความตาย คริสตชนเข้าใจว่า พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงปลูกฝังความปรารถนาถึงความบริสุทธิ์ใจนั้น เขายังยอมรับว่าความรักของตนต่อพระผู้เป็นเจ้า เป็นการสนองตอบต่อพระเมตตาของพระองค์ "ไฟชำระ" ที่คริสตชนเชื่อ ไม่ได้เป็นเวลาหรือสถานที่ที่เขาจะชำระตัวเมื่อตายแล้วก่อนเข้าสวรรค์ แต่หมายถึง สภาวะจิตใจของมนุษย์ที่ความรักของพระผู้เป็นเจ้าทรงเผาทำลายอุปสรรคก่อนบรรลุความสุขในการร่วมชีวิตกับพระองค์ ดังนั้น ไฟชำระบ่งถึงการทรมานอย่างหนึ่งที่มาจากความรัก ผู้ล่วงลับบางคนเสียใจที่ตนยังไม่พร้อมเพื่อรับพระคุณของพระผู้เป็นเจ้า เขาหวังจะได้รับความช่วยเหลือจากคำภาวนาของเพื่อนคริสตชน เพื่อจะได้พ้นจากโทษของบาปที่ตนได้กระทำ จะได้ไปร่วมชีวิตกับพระเป็นเจ้า นรก คำว่า "นรก" ในคริสตศาสนาต่างกับ "นรก" ตามภาษาชาวบ้าน ชาวบ้านเชื่อกันว่านรกเป็นแดนหรือภูมิที่ผู้ทำบาปยังต้องไปเกิด และถูกลงโทษชั่วคราวจึงจะเกิดใหม่ ในคริสตศาสนา "นรก" หมายถึง สภาพของมนุษย์ที่รู้ตัวและเต็มใจปฏิเสธความสัมพันธ์กับพระผู้เป็นเจ้าและกับเพื่อนมนุษย์ เมื่อมนุษย์มีอิสรภาพแล้ว เขาสามารถปฏิเสธไม่รับแผนการณ์ของพระผู้เป็นเจ้า และตกเป็นทาสของความจองหอง นรกเป็นผลของการปฏิเสธพระคุณของพระเป็นเจ้า ใครที่ตายขณะอยู่ในสภาพเช่นนี้จะอยู่ในสภาพดังกล่าวตลอดกาล หมายความว่าผู้ที่ตกนรก จะอยู่ในนรกตลอดกาล มีผู้ใดบ้างที่ตกนรกแล้ว? ไม่มีใครบอกได้ ที่จริง อาศัยกำลังของตนเอง ไม่มีใครสามารถจะไปอยู่เฉพาะพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้า พระเป็นเจ้าต่างหากที่ต้อนรับมนุษย์ให้ไปอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์ด้วยพระหรรษทานและความรักของพระองค์ เมื่อมนุษย์ปฏิเสธความรักของพระองค์ พระผู้เป็นเจ้าทรง "พิพากษา" การปฏิเสธนั้น เพราะเหตุนั้น นรกเป็นการลงโทษมนุษย์ สวรรค์ สำหรับคริสตชน คำว่า "สวรรค์" มีความหมายไม่เหมือนกับสวรรค์ตามภาษาชาวบ้าน ชาวบ้านเชื่อกันว่าสวรรค์เป็นโลกของเทวดา หรือเป็นเมืองฟ้า ส่วนคริสตชนเชื่อกันว่าความรักที่เขามีต่อพระผู้เป็นเจ้าและต่อเพื่อนมนุษย์ ไม่ได้ถูกทำลายด้วยความตายแต่ยังคงอยู่ต่อไป โดยอาศัยพระคริสตเจ้าผู้ทรงชีวิตร่วมกับพระบิดา ถ้าเป็นดังนั้น เมื่อคนหนึ่งตายจากโลกนี้ไป คนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ยังมีความสัมพันธ์กับเขาได้ เพราะเขามีชีวิตในความรักของพระบิดา ผู้ล่วงลับมิได้ขาดสายสัมพันธ์แห่งความรักต่อผู้เป็น และพร้อมกับพระคริสตเจ้า เขารอให้ผู้ที่ยังมีชีวิตในโลกจะไปร่วมกับเขาใน "นครเยรูซาเล็มใหม่" หรือ "แผ่นดินใหม่" ที่เราเรียกว่า "สวรรค์" พระวรสารใช้โวหารพรรณนาสภาพชีวิตกับพระเจ้าว่า เป็นชีวิตที่ทุกคนรวมกันฉันท์พี่น้องกับพระบิดา หรือเปรียบกับงานเลี้ยงที่ทุกคนได้รับเชิญไปร่วม หรืออธิบายว่าเป็นการชมเชยพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้า ที่จริง เรื่องชีวิตกับพระผู้เป็นเจ้าที่เรียกว่าอยู่สวรรค์ พ้นสติปัญญาของมนุษย์ ส่วนผู้ที่ยังอยู่ในโลก นักบุญเปาโลอธิบายว่า สำหรับเขาการกลับคืนชีพได้เริ่มแล้ว เพราะพระจิตของพระเยซูผู้ทรงกลับคืนชีพ ทรงโปรดให้เขามีชีวิตใหม่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ปรากฏภายนอก ผู้ที่ตายโดยมีชีวิตของพระคริสต์ในตัวเขา มีส่วนในการกลับคืนชีพของพระองค์แล้ว อย่างไรก็ดี เขายังจะต้องรอคอยการกลับคืนชีพของทุกคนรวมกันในวันสุดท้าย เหตุว่า ประชาคมมนุษย์ยังไม่ได้รับการรวบรวมในพระคริสตวรกายอย่างครบบริบูรณ์ การปกครองของพระผู้เป็นเจ้า (อาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้า) ตามคำสอนของพระวรสาร สันติภาพ ความยุติธรรมและความเมตตา เป็นลักษณะที่ช่วยบอกล่วงหน้าถึงการปกครองของพระผู้เป็นเจ้าที่ "ใกล้เข้ามาแล้ว" ว่าเป็นอย่างไร การที่คริสตชนรณรงค์เพื่อความยุติธรรมหรือเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างของสังคม เป็นงานสำคัญอย่างหนึ่งของพระศาสนจักร แต่ภาระหน้าที่ของพระศาสนจักรไม่จำกัดแต่ในด้านสังคมหรือการเมืองของชีวิตมนุษย์ พระศาสนจักรอยู่ในโลก และเพื่อโลกที่เป็นจริง แต่ในเวลาเดียวกันกำลังดำเนินไปยัง "นครเยรูซาเล็มเบื้องบน" ด้วย พระคริสตเจ้าอยู่ที่ไหน พระศาสนจักรอยู่ที่นั่นด้วย พระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนชีพสถิตอยู่ท่ามกลางมนุษย์ แต่การสถิตของพระองค์เกินเลยประวัติศาสตร์ของมนุษย์ พระศาสนจักรในโลกนี้กำลังดำเนินไปโดยสัมพันธ์กับพระศาสนจักรที่มีสมาชิกรวมกันในสิริรุ่งโรจน์ของพระคริสตเจ้าแล้ว ฉะนั้น ในขณะที่ดำรงชีวิตและต่อสู้ในโลกนี้ คริสตชนรวมใจกันด้วยสายสัมพันธ์ของความรัก และด้วยเสียงสรรเสริญพระเป็นเจ้าเสียงเดียวกันกับพระศาสนจักรที่เรามองไม่เห็น ข้อนี้ เป็นที่มาของความยินดีและความหวังของคริสตชน เมื่อคริสตชนตระหนักว่า ตนเป็น "พลเมืองสวรรค์" แล้ว เขายิ่งรักเพื่อนมนุษย์ พระผู้เป็นเจ้าทรงเตรียมที่อยู่ใหม่และแผ่นดินใหม่ให้เรา ในแผ่นดินใหม่นั้น ความยุติธรรมจะสถิตอยู่ และความสุขจะมีเกินกว่าที่ใจมนุษย์จะนึกคิดปรารถนาได้ ตั้งแต่บัดนี้ คริสตชนเตรียมตัวต้อนรับพระคุณนี้จากพระผู้เป็นเจ้า |
20 ตุลาคม 2543
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2000