ถามพ่อเรื่องอื่นบ้าง ด้านศาสนสัมพันธ์ พอใจแล้วหรือยัง?
คุณพ่อโมลิ่ง ศาสนสัมพันธ์เหรอ มันยังไม่ค่อยมี ศาสนสัมพันธ์ที่มีอยู่และนานแล้ว ก็เป็นการทำงานร่วมกัน เป็นคาทอลิกที่ทำงานในโรงเรียน ก็มีคนพุทธสอนอยู่ในโรงเรียนคาทอลิกอยู่ทั่ว ๆ ไป ก็มีศาสนสัมพันธ์บ้าง ทำงานในศูนย์สังคมพัฒนา ก็มีคนต่างศาสนา มีจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ใช่เณรสึกเท่านั้น มีคนต่างศาสนาที่มีมากด้วย และตามสังฆมณฑลก็จะมี เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ก็ไม่มีปัญหา ก็เป็นเรื่องของศาสนสัมพันธ์ด้วย คือคนต่างศาสนาหลายศาสนามาร่วมกันทำงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ที่จะมีสัมพันธ์ ศาสนสัมพันธ์ที่เราเถียงกันในแง่เรื่องข้อคำสอนหรืออะไร อันนี้ก็ยังไม่ค่อยมี คือไปพูดกับพระภิกษุ หรือฆราวาสชาวพุทธได้
ก็เห็นอาจารย์กีรติเคยทำมาพักหนึ่ง
คุณพ่อโมลิ่ง ของอาจารย์กีรติผมกลัวอยู่อย่างหนึ่ง คือจะมีปัญหา เทวศาสตร์ของอาจารย์กีรติเป็นเรื่องที่มาจาก scholastic มากเกินไป เป็นฝรั่งมากกว่า 150 % และจะสนทนากับชาวพุทธไม่ค่อยได้ มันต้องนิยามทุกสิ่งทุกอย่าง มันต้องชัด อาจารย์กีรติเก่งในเรื่องการบรรยายศัพท์ที่มีทั้งนิยาม อันนี้ก็ชัดมาก ซึ่งมันไม่ถูก
เห็นทางคุณพ่ออะไรแถวอุบล ที่เขาไปฝึกวิปัสสนามา แล้วเขาเขียนหนังสือออกมาเล่มหนึ่งก็รู้สึกดี
คุณพ่อโมลิ่ง พ่อกอสเตหรือพ่อปาเซก ที่เป็นคนที่ไปรู้วิปัสสนากรรมฐาน
เขาเขียนด้วยกันใช่ไหม ได้อ่านไหมครับ?
คุณพ่อโมลิ่ง ไม่ได้อ่าน แต่นั้นก็ใช้ได้ อันนั้นก็ดี พ่อปาเซกที่เขาก็หูหนวก กลับไปยุโรป ตอนนี้ก็ไม่อยู่แล้ว ไม่รู้จะกลับมาหรือเปล่า อย่างนี้มันต้องเกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อย แล้วก็ศาสนสัมพันธ์ ผมก็เชื่อว่า เราต้องเป็นผู้ชำนาญในศาสนาของตน และทีนี้เราต้องแน่ใจ มั่นใจ ศาสนาของเขา เขาก็ต้องมีความรู้เพียงพอที่จะพูดได้มาก แต่เขาคงจะต้องรู้จริง ๆ ตอนนี้เวลาเราสนทนากัน เขาพูดอะไรขึ้นมา เราก็บอกแก่เขาว่า เราเข้าใจ คำพูดของท่านอย่างนี้ ๆ ถ้าเขาบอกว่าดี ก็ดีใจใช่ไหม ถ้าเขาบอกว่าไม่ใช่ คุณเข้าใจผิดหมด เราก็บอกว่า ครับ เพราะในศาสนาของเขา เขาเป็นคนที่ชำนาญ บอกว่า ผมเข้าใจศาสนาของคุณ พระคัมภีร์ของคุณอย่างนี้ อย่างนั้น ก็จะบอกแก่เขาว่าผิดหรือถ้า ถูกก็ดีแล้ว เหมือนกับเรื่องพระคัมภีร์ของผม ผมก็ต้องเป็นคนที่รู้เวลาสนทนากับเขา แต่เวลานี้เราทำตรงกันข้าม บางคนก็ได้ศึกษาด้านศาสนาพุทธจนเป็นผู้ชำนาญในเรื่องศาสนาพุทธเลย และวางตัวเป็นผู้ชำนาญ อันนี้ไม่ดีจะทำให้เขาเสียใจเลยไม่ตอบ เขาจะบอกเราได้ว่า "ถ้าคุณรู้ดีก็ไป ไม่ต้องมาสนทนา"
ผมว่าคนที่จะรู้ถึงศาสนาพุทธจริง ๆ คือคนที่ปฏิบัติ อย่างพวกพระที่อยู่ตามป่าตามอะไร อย่างนั้นพวกนั้นจะรู้ดี
คุณพ่อโมลิ่ง ใช่ เขาก็จะมีเยอะแยะ ที่ได้อ่านพระคัมภีร์ของเรา เช่น พระพุทธทาส ท่านก็ได้อ่านพระคัมภีร์เยอะ อย่างน้อยท่านก็ใช้ศัพท์ของเราได้ใช่ไหม พระพุทธทาสก็สนทนาเรื่องศาสนาคริสต์ได้สบายมาก พระคัมภีร์ และอย่างอื่นด้วย ท่านอ้างถึงพระคัมภีร์ ขนาดผมเคยบอกว่า จริง ๆ ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องไปศึกษาปรัชญาเลย เพราะว่าตามแบบนักบุญโทมัสในอดีต เขาก็ได้เรียนกับนักปรัชญา เพราะต้องเถียงกับนักปรัชญา เขาไม่ยอมรับศาสนา เช่น ในยุคของนักบุญโทมัส มีอาจารย์คนหนึ่งเขียนว่าผมไม่ยอมรับศิษย์ที่ไม่มีเหตุผล แล้วเขาก็ให้เหตุผล และเหตุผลนั้นก็มาจากปรัชญา นักบุญโทมัสก็เอาเรื่องพวกนี้ขึ้นมาโดยใช้หลักของ อริสโตเติล หลักตรรกศาสตร์ เรียบร้อย ใช่ มิฉะนั้นไม่มีใครทำ ในประเทศไทยเรา เราต้องเอาปรัชญามา เขาก็เริ่มเข้าใจ พอเราเปิดพระคัมภีร์ของเรา เขาก็สนใจทันที
แล้วคนนั้นก็เอาพระคัมภีร์ขึ้นมา
คุณพ่อโมลิ่ง ใช่ แต่การเรียนปรัชญาในบ้านเณรก็สำคัญ อย่าลืมนะเป็นการฝึกสมอง มีประโยชน์แน่ ๆ ไม่ต้องกลัว