issara เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน : ป.ล.โมลิ่งคราวก่อน "ความจริงจะทำให้ท่านเป็นอิสระ" (ยน.8:32)
หน้ารัง | ป.ล.โมลิ่ง
p.s.ป.ล.โมลิ่ง
 
แนวทางแห่งความรัก : บทนำ
คุณพ่อโมลิ่ง, S.J.

Molingความนำ(บรรณาธิการ)

"แนวทางแห่งความรัก" เป็นผลงานชิ้นเอกที่คุณพ่อโมลิ่ง แห่งคณะเยสุอิต ฝากไว้ให้กับพระศาสนจักรไทย ความเป็นมามีอยู่ว่า เมื่อครั้งนิตยสาร "อิสระ" ของคณะพระมหาไถ่ เปลี่ยนชื่อและปรับแนวจาก "กระแสเรียก" คณะผู้จัดทำได้เชิญคุณพ่อโมลิ่งให้เขียนเรื่องเกี่ยวกับชีวิตฝ่ายจิตลงเป็นคอลัมน์ประจำ ช่วงนั้น คุณพ่อโมลิ่งสอนอยู่ที่วิทยาลัยแสงธรรม แต่ท่านก็สามารถให้เวลากับการเขียนและส่งต้นฉบับมิได้ขาด ความลุ่มลึกของความคิดและการท้าทายที่แฝงในบทความ ส่งผลกระทบพอสมควรกับพระศาสนจักรไทยในเวลานั้น และแม้จนกระทั่งถึงเวลานี้ เราก็ได้ยินได้ฟังบ่อยหนถึงอิทธิพลของบทความชุด "แนวทางแห่งความรัก" ที่เกิดขึ้นกับบุคคลต่างวัยต่างสถานะ หนังสือเล่มนี้ขาดตลาดไปนาน สำนักพิมพ์คณะพระมหาไถ่ยังไม่มีโครงการจัดพิมพ์ใหม่ แต่เรายินดีนำเสนอให้ผู้อ่านวงกว้างทั่วไปได้อ่านกันโดยทางสื่ออินเตอร์เน็ต หวังว่าบทความชุดนี้จะเกิดประโยชน์แก่ทุกท่านที่ปรารถนาก้าวตาม "แนวทางแห่งความรัก" ที่องค์พระคริสต์ได้วางไว้ให้

บทนำ

Spirituality เป็นศัพท์อังกฤษ ซึ่งเราอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไรนัก แต่ทุกวันนี้มีการใช้คำนี้อย่างฟุ่มเฟือย ซึ่งหลายครั้งทีเดียวเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่ และยังเป็นคำศัพท์ที่เราไม่สามารถแปลมาโดยตรงได้ แม้แต่คนที่แปลเอกสารของพระสังคายนาวาติกันที่สอง ยังไม่รู้ว่าจะแปลคำนี้อย่างไรดี ในเอกสารดังกล่าวจะพบคำนี้เพียงสี่ครั้ง ซึ่งเขาแปลมาดังต่อไปนี้

  1. ในสมณกฤษฎีกาว่าด้วยชีวิตนักบวช หมายเลข 6 ย่อหน้า 2: "วิธีบำเพ็ญใจ (ตามพระคริสตธรรม)" (Christian) Spirituality
  2. ในสมณกฤษฎีกาว่าด้วยสากลสัมพันธภาพ หมายเลข 6 ย่อหน้า 2: "การถือชีวิต (สมรส) อย่างศักดิ์สิทธิ์" Spirituality (of married life)
  3. ในเอกสารเดียวกัน หมายเลข 5 ย่อหน้า 4: "การถือชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์ (เป็นนักพรต)" (Monastic) Spirituality
  4. ในสมณกฤษฎีกาว่าด้วยงานธรรมฑูต หมายเลข 29 ย่อหน้า 3: "ชีวิตฝ่ายวิญญาณ (ของธรรมฑูต)" (Missionary) Spirituality

ในหนังสืออื่น ๆ อาจจะพบคำแปลของคำศัพท์นี้อีกหลายอย่าง เช่น จิตตารมณ์ ชีวิตภายใน ชีวิตฝ่ายจิต ชีวิตในพระจิต ความมีจิตใจสูง ฯลฯ แต่เมื่ออ่านแล้วก็ยังรู้สึกไม่เป็นที่พอใจ เพราะคำแปลเหล่านี้ยังไม่สามารถจะให้ความหมายที่แท้จริงได้ชัดพอ

ผมจึงขอเสนอคำแปลใหม่ ทั้งๆ ที่ผมเองยังไม่รู้ว่ามันจะให้ความหมายที่ชัดพอหรือเปล่า ซึ่งถ้าท่านผู้อ่านท่านใดมีคำแปลที่ดีกว่านี้ ผมก็ยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นของท่านเสมอ

คำแปลที่ผมนำมาเสนอนี้ก็คือ "แนวทางแห่งชีวิตภายใน"

ที่ว่า "ภายใน" ก็เพราะ Spirituality เป็นเรื่องฝ่ายจิตวิญญาณ "ภายใน" อาจจะสะกิดใจให้คิดถึงคำอีกคำหนึ่งซึ่งใช้กันอยู่ในศาสนาพุทธคือ "ทางใน" แปลว่า วิปัสสนา หรือความเห็นแจ้งตรงต่อความจริง ถ้าเข้าใจอย่างนั้นก็ไม่ผิด เพราะการแสวงหาความจริง การยึดถือความจริง และการกำกับชีวิตของตนตามความเป็นจริงนั้น จะเรียกร้องให้ทำ เป็นส่วนสำคัญของ Spirituality (เทียบ คำแถลงของสังคายนาว่าด้วยเสรีภาพในการถือศาสนา 2,2)

"ชีวิตภายใน" ไม่ได้หมายถึงชีวิตตามธรรมชาติมนุษย์ แต่ชีวิตพระหรรษทานซึ่งหมายถึงชีวิตในพระจิตเจ้า

ที่ผมเพิ่มคำ "แนวทาง" ก็เพื่อจะเน้นความแตกต่างกันระหว่าง "ชีวิตภายใน" ของแต่ละคน ซึ่งความหมายนี้เองเป็นสิ่งที่คำว่า Spirituality เน้นอยู่ ตัวอย่างจากเอกสารของพระสังคายนาวาติกันที่สอง ที่ได้อ้างมาข้างบนก็มีความหมายอย่างนี้เช่นกัน โดยเฉพาะตัวอย่างที่ 2 ถึง 4

เอกสารของสังคายนาวาติกันที่ 2 ได้ใช้ศัพท์นี้อย่างประหยัด แต่ได้พูดถึงเรื่องนี้ไม่ใช่น้อย ใครที่อยากเข้าใจความหมายของคำนี้ ควรจะอ่านย่อหน้าแรกหมายเลข 41 ของพระธรรมนูญว่าด้วยพระศาสนจักร ซึ่งอธิบายองค์ประกอบของแนวทางแห่งชีวิตภายในของคริสตชนทั่ว ๆ ไป

เราสามารถสรุปได้ดังนี้

  1. การดำเนินชีวิตคริสตชนต้องเป็นไปตามการดลใจของพระจิตเจ้า
  2. เสียงดลใจของพระจิตนี้ทำให้เรารู้จักน้ำพระทัยของพระบิดา เราจึงต้องนอบน้อมเชื่อฟัง
  3. ต้องดำเนินตามพระคริสตเจ้าผู้ทรงยากจน ถ่อมพระองค์ และแบกกางเขน
  4. สิ่งนี้ต้องปรากฏออกในความเชื่อที่มั่นคง ซึ่งจะให้บังเกิดความหวังและความรักต่อเพื่อนมนุษย์

องค์ประกอบทั้งสี่นี้ เป็นหลักแห่งชีวิตภายใน แต่ลักษณะของชีวิตนี้จะปรากฎในรูปแบบต่างๆ สุดแล้วแต่พระพรพิเศษที่พระจิตจะทรงประทานแก่มนุษย์แต่ละคนตามที่นักบุญเปาโลได้สอนอยู่แล้ว (เทียบ 1 คร. 12: 1-11)

หนังสือคำสอนไม่ค่อยเขียนถึงเรื่องนี้ แต่อธิบายเพียงว่า มีแนวทางแห่งความรอดสองประเภทคือแนว ทางของคนที่เลือกชีวิตสมรส และของคนที่ปฏิญาณตนถือความเป็นโสด ชีวิตประเภทแรกก็เรียกว่า แนวทางแห่งพระบัญญัติ ส่วนประเภทที่สอง แนวทางแห่งคำแนะนำของพระวรสาร ซึ่งเลือกได้ก็แต่เฉพาะผู้ที่ได้รับการดลใจจาก พระจิต (กระแสเรียก)

การสอนอย่างนี้มีหลักฐานอยู่ในพระวรสารเหมือนกัน แต่อาจจะทำให้บางคนเข้าใจผิดว่า การดลใจของ พระจิตเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง อาจจะเป็นครั้งเดียวตลอดชีวิต และเฉพาะสำหรับคนที่รับพระกระแสเรียก แต่เราได้รับพระจิตเจ้าตั้งแต่วันที่เราได้รับศีลล้างบาป และพระจิตเจ้ากลายเป็นชีวิตจิตใจของเรา

แนวทางแห่งชีวิตภายในของเราจะออกมาในรูปแบบใดก็ขึ้นอยู่กับการดลใจของพระจิต และการตอบสนองของตัวเราเองอย่างอิสระเสรี แนวทางจึงแตกต่างกัน

คนหนึ่งตระหนักใจว่า พระเป็นเจ้าทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและพระคุณต่างๆ เหลือประมาณ จึงดำเนินชีวิตอยู่ในอารมณ์แห่งความกตัญญูรู้คุณเป็นหลัก

อีกคนหนึ่งมองดูพระเป็นเจ้าในแง่แห่งผู้ครอบครองโลก ผู้ทรงประกาศพระบัญญัติให้แก่มนุษย์เพื่อให้ถือตามอย่างเคร่งครัด คนนี้จะเป็นคนที่ศึกษาและรักพระบัญญัติ และดำเนินชีวิตอยู่ในความยำเกรงพระเจ้า (เทียบ สดด. 111:10)

คนที่ได้อ่านจดหมายของนักบุญยอห์น ที่ว่า "พระเจ้าทรงเป็นความรัก" (1 ยน 4:8) อาจจะไม่สามารถอยู่ในอารมณ์แห่งความยำเกรงพระเจ้าอีกต่อไป แต่จะตอบสนองความรักของพระองค์ โดยรักมนุษย์ทุกคนเหมือนพระเจ้าทรงรักทุกคน (เทียบ 1 ยน 4:11) ความรักจึงกลายเป็นแนวทางของเขา

ความแตกต่างกันเกี่ยวกับแนวทางนี้ จะเกิดได้อีกจากการที่ต่างคนต่างพยายามติดตามพระคริสตเจ้า แต่เข้าใจพระองค์ไปคนละอย่างกัน

นักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี เห็นพระเยซูในแง่แห่งความยากจน จึงสละทุกอย่างและดำเนินชีวิตแบบยากจน โดยปราศจากความกระวนกระวายในเรื่องการกินและการนุ่งห่ม แนวทางของท่านนักบุญองค์นี้เป็นแนวทางที่ดึงดูดความสนใจของคนจำนวนมากในสมัยของท่าน เกือบเรียกได้ว่าเป็นแนวทางแห่งชีวิตภายในของสมัยนั้น

คนที่ทำงานในด้านสังคมสงเคราะห์และสังคมพัฒนา อาจเกิดสนใจงานนี้ เพราะเห็นพระเยซูในแง่ที่ทรงเป็นผู้สงสารมหาชน (มธ 15:32)

คนที่สมัครเลือกชีวิตแพร่ธรรมก็อาจมองดูพระเยซูในแง่ผู้สอนคนที่อยู่ในเงาแห่งความมืด เพื่อให้เขารับแสงสว่างแห่งความจริง

คนพิการผู้ไม่มีแรงทำงานเหมือนคนอื่นๆ แต่ยอมรับสภาพของตนและไม่บ่น ก็อาจจะได้เห็นแจ้งและเข้าใจความหมายของไม้กางเขนอย่างลึกซึ้ง

พระเยซูเจ้าตรัสว่า "เราเป็นหนทางความจริง และชีวิต" (ยน 14:6) เราจึงต้องเดินตามรอยพระบาทถึงจะได้มีชีวิต แต่พระจิตทรงชี้แนวทางและทรงให้ความจริงประจักษ์แก่ตาของเราเพื่อให้เกิดปัญญา คือเพื่อให้ความจริงนั้นเป็นหลักแห่งการดำเนินชีวิตในพระองค์

อ่านตอนต่อไป
 

หน้ารัง | ป.ล.โมลิ่ง | แนะนำเพื่อนอ่าน

7 กรกฎาคม 2002
Copyright © issara.com All rights reserved 1999-2002